“มั่นคงทุกนาที” ด้วย 3 ฟันเฟือง เบื้องหลังพลังขับเคลื่อนไทย#
22 January 2026
อะไรทำให้คนไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างไม่สะดุด ? คำถามที่หลายคนอาจไม่เคยหยุดคิด ทั้งที่ไฟฟ้าเป็นพลังงานสำคัญที่ขับเคลื่อนชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมของประเทศ เบื้องหลังความมั่นคงของไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ การวางแผนและบริหารจัดการ 3 ฟันเฟืองสำคัญให้ ทำงานสอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หน่วยงานหลักด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย
“โรงไฟฟ้า” หัวใจของการผลิตพลังงานที่ไม่เคยหยุด#


เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้ามีอยู่ตลอดเวลา โรงไฟฟ้าฟันเฟืองแรกของระบบไฟฟ้าที่มั่นคงจึงไม่อาจหยุดเดินเครื่องได้ เปรียบเสมือนหัวใจที่สูบฉีดพลังงานหล่อเลี้ยงประเทศ กฟผ. มีโรงไฟฟ้าและเขื่อน รวม 40 แห่งทั่วประเทศ เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างไม่มีวันหยุด โดยโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าหลักของระบบ ผลิตไฟฟ้า 24 ชั่วโมง ตลอด 365 วัน และมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ ลม และน้ำ ทำหน้าที่เสริมระบบในช่วงเวลาที่มีศักยภาพในการผลิต เช่น มีแสงแดดเพียงพอ มีความเร็วลมเหมาะสม มีความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อน กฟผ.บริหารจัดการโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภทให้ทำงานประสานร่วมกันอย่างสมดุล เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอต่อเนื่อง รวมทั้งดูแล บำรุงรักษาโรงไฟฟ้าให้พร้อมเดินเครื่องตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อป้องกันเหตุขัดข้องที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
บริหารจัดการ “เชื้อเพลิง” เพื่อความมั่นคงในทุกสถานการณ์ #
มากกว่าต้นทุนค่าไฟ คือ ความมั่นคงของประเทศ#
ค่าไฟฟ้าจะปรับขึ้นหรือลง ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ฟันเฟืองตัวที่สองนี้ จึงมีความสำคัญไม่ใช่เพียงการจัดหาเชื้อเพลิง หากแต่ครอบคลุมถึงการบริหารความเสี่ยงและวางแผนจัดการให้มีเชื้อเพลิงป้อนสู่โรงไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องในราคาที่เหมาะสม


ประเทศไทยมีการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่หลากหลาย เช่น “ก๊าซธรรมชาติ” เป็นเชื้อเพลิงหลัก โดยมีแหล่งก๊าซในอ่าวไทย แหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA – A18) และแหล่งก๊าซเมียนมา “ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)” จากต่างประเทศ เป็นอีกทางเลือกสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคง โดย กฟผ. ในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า LNG ได้นำเข้า LNG เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าใหม่ของ กฟผ. ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าและมีแผนนำเข้า LNG สัญญาระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงในระยะยาวว่าโรงไฟฟ้าหลักจะมีแหล่งเชื้อเพลิงที่เพียงพอ ในราคาที่เหมาะสม “ถ่านหินจากเหมืองแม่เมาะ” มีจุดเด่นด้านการมีต้นทุนต่ำ ยังถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อช่วยพยุงค่าไฟฟ้าให้ประชาชน ภายใต้มาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ กฟผ. ยังศึกษาการนำเชื้อเพลิงสะอาดมาใช้ในโรงไฟฟ้า เช่น ไฮโดรเจน แอมโมเนียและชีวมวล เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
“ระบบส่งไฟฟ้า” เส้นเลือดใหญ่ระบบไฟฟ้าไทย เชื่อมความมั่นคง ส่งพลังงานทั่วถึงทุกพื้นที่#


ระบบส่งไฟฟ้าเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ขยายครอบคลุมทั่วภูมิภาคของประเทศ ฟันเฟืองตัวที่สามนี้ คือ การก่อสร้างและดูแลบำรุงรักษาระบบส่งไฟฟ้าให้แข็งแกร่ง เพื่อทำหน้าที่ส่งพลังงานจากแหล่งผลิตไปสู่ผู้ใช้งานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน กฟผ. ดูแลโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของประเทศที่มีความยาวรวมกว่า 40,000 วงจร-กิโลเมตร เชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูง 240 สถานีทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายระบบส่งไฟฟ้าให้สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ (Grid Modernization) เช่น ศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center: REFC) ทำหน้าที่พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Control Center: DRCC) ทำหน้าที่บริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ (National Control Center: NCC) นำข้อมูลไปใช้วางแผน สั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม


ทั้ง 3 ฟันเฟืองต้องทำงานสอดประสานกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต อย่างสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในปีที่ผ่านมา ทำให้ “โรงไฟฟ้าจะนะ” โรงไฟฟ้าหลักของภาคใต้ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงกว่า 4 เมตร จำเป็นต้องหยุดเดินเครื่อง (Shut Down) ชั่วคราว โดยศูนย์ NCC ของ กฟผ. ได้บริหารจัดการระบบไฟฟ้าในช่วงสถานการณ์วิกฤต โดยสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้ากระบี่ และสั่งเพิ่มกำลังผลิตโรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อทดแทนกำลังผลิตไฟฟ้าที่หายไป ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าภาคใต้ยังคงมีเสถียรภาพ ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ นี่คือภาพสะท้อนการทำงานของระบบที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์และเป็นบทพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการทั้ง 3 ฟันเฟือง “โรงไฟฟ้า – เชื้อเพลิง – ระบบส่งไฟฟ้า” ให้ทำงานสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้คนไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ ภาคอุตสาหกรรมมีความเชื่อมั่น และเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

