“คนไม่ใช่หุ่นยนต์” ที่จะทนตากแดดทั้งวัน AI + UAV สร้างนวัตกรรมตรวจสอบโซลาร์เซลล์อย่างอัจฉริยะ#
28 January 2026
“ ก็แดดมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะทนตากแดดทั้งวัน” วลีดังจากเพลงฮิตที่หลายคนคุ้นหูนี้ไม่ใช่เพียงวลีเด็ดธรรมดา แต่กำลังสะท้อนโจทย์สำคัญของโลกพลังงานยุคใหม่ ท่ามกลางความท้าทายด้านการบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเดินหน้าขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดของประเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำในหลายพื้นที่ จากผลสำเร็จที่เขื่อนสิรินธร เขื่อนอุบลรัตน์ ขยายไปสู่การเตรียมก่อสร้างที่เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนวชิราลงกรณ ตามแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ การขยายตัวของโครงการเหล่านี้ จึงมาพร้อมกับภารกิจด้านการบำรุงรักษาที่ขยายตัวด้วยเช่นกัน

จากการตรวจสอบแบบเดิม สู่การบำรุงรักษาอัจฉริยะ#
เมื่อจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่ต้องบำรุงรักษามีจำนวนเพิ่มขึ้นในระดับ “มหาศาล” การบำรุงรักษาด้วยวิธีการแบบเดิมที่อาศัยแรงงานคนตรวจสอบความผิดปกติของแผงโซลาร์เซลล์ทีละแผงท่ามกลางแดดที่ร้อนแรง จึงไม่ตอบโจทย์ ทั้งในด้านระยะเวลา ความปลอดภัยของบุคลากร และความครอบคลุมของพื้นที่ตรวจสอบ ข้อจำกัดเหล่านี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแนวทางใหม่ เพื่อยกระดับการบำรุงรักษา ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาเป็นตัวช่วย


ผสาน AI และ UAV สู่ “นวัตกรรมตรวจสอบโซลาร์เซลล์อย่างอัจฉริยะ”#
กฟผ. ได้ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พัฒนา แพลตฟอร์มตรวจสอบความเสียหายของแผงโซลาร์เซลล์ โดยจับคู่ศักยภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ากับเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) เพื่อสร้างระบบตรวจสอบอัตโนมัติที่ออกแบบมาตอบโจทย์การบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในยุคใหม่โดยเฉพาะ กระบวนการเก็บข้อมูลสภาพแผงโซลาร์เซลล์ เริ่มต้นจากการวางแผนเส้นทางการบินล่วงหน้า โดยอ้างอิงพิกัด GPS ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดของพื้นที่ ก่อนสั่งการอากาศยานไร้คนขับบินตรวจสอบแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องควบคุมการบินแบบเรียลไทม์


หลังจากบินตรวจสอบตามเส้นทางที่กำหนดแล้วเสร็จ ข้อมูลภาพที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อค้นหาความผิดปกติของแผงโซลาร์เซลล์ เช่น รอยแตกร้าว (Crack) จุดความร้อนผิดปกติ (Hotspot) หรือความเสื่อมของอุปกรณ์ พร้อมระบุตำแหน่งที่เกิดปัญหาได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ จากนั้นระบบจะประมวลผลและจัดทำรายงานผลแบบอัตโนมัติในรูปแบบเอกสารดิจิทัล เช่น PDF และ Word ช่วยให้หน่วยงานสามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนซ่อมบำรุงได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและตรงจุดยิ่งขึ้น


ลดเวลา เพิ่มความแม่นยำ สนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงรุก#

การนำนวัตกรรมตรวจสอบโซลาร์เซลล์อัจฉริยะมาใช้งานจริง ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบลงได้ถึง 80% จากการทดลองตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 1 เมกะวัตต์ ที่โครงการ Smart Grid ผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน เดิมใช้เวลาประมาณ 180 นาที ลดลงเหลือเพียง 40 นาที พร้อมเพิ่มความแม่นยำในการค้นหาความเสียหาย ลดความเสี่ยงจากการทำงานของบุคลากร และช่วยให้งานบำรุงรักษาเป็นการบำรุงรักษาเชิงรุก (Proactive Maintenance) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงในระยะยาว ไม่เพียงรองรับการขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ของ กฟผ. แต่ยังขยายไปสู่การให้บริการตรวจสอบและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของผู้ผลิตเอกชนในอนาคตด้วย
เพราะแดดยังร้อน และคน…ไม่ใช่หุ่นยนต์ กฟผ. จึงเลือกใช้ “เทคโนโลยีอัจฉริยะ” เข้ามาทำงานแทนในวันที่พลังงานสะอาดเติบโตไม่หยุด การผสาน AI และ UAV ไม่ใช่แค่การตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์ แต่คือการดูแลพลังงานของประเทศ ด้วยความแม่นยำ ปลอดภัย และความใส่ใจต่อทั้งคนและโลก นี่คือก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ทำให้อนาคตยั่งยืน…โดยไม่ต้องให้ใครยืนตากแดดทั้งวัน

