เขื่อนบางลาง
(จ.ยะลา)
ความเป็นมา
“ยะลา” หนึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ได้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านสังคม ชุมชน รวมไปถึงพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ให้มีความมั่นคง การสร้าง “เขื่อนบางลาง” ถือเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี และจัดเป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของภาคใต้ที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชนทั้งในด้านการผลิตไฟฟ้า การชลประทานพื้นที่เพาะปลูก บรรเทาอุทกภัยบริเวณตอนล่างของลุ่มแม่น้ำปัตตานี และเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญในภาคใต้ อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ปลอดภัย ควรค่าแก่การเดินทางไปเยี่ยมชม นับได้ว่าสร้างประโยชน์ให้กับชาวปลายด้ามขวานอย่างแท้จริง
เขื่อนบางลาง ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2519 แล้วเสร็จเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2524 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนบางลางเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2524 ปัจจุบันมีขนาดกำลังผลิตตามสัญญา 84 เมกะวัตต์
ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการก่อสร้างเขื่อนบางลางเมื่อปี พ.ศ. 2521 ทรงมีพระราชดำริให้ กฟผ. พิจารณานำน้ำล้นจากฝายที่เขื่อนบางลางมาพัฒนาแหล่งน้ำในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ก่อให้เกิดการสร้าง “โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติ” โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กและเป็นโรงไฟฟ้าใต้ภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย มีขนาดกำลังผลิต 1.275 เมกะวัตต์ ณ หมู่บ้านสันติ 1 ต.เจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยมีระบบสั่งการและควบคุมการเดินเครื่องโดยตรงจากโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง นับเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาช่วย สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2525
ลักษณะเขื่อน

เขื่อนหินถม
แกนดินเหนียว
ความจุอ่างเก็บน้ำ
1,420 ล้านลูกบาศก์เมตร
พื้นที่อ่างเก็บน้ำ
2,080 ตารางกิโลเมตร
ความกว้างสันเขื่อน
10 เมตร
ความยาวสันเขื่อน
430 เมตร
ความสูงจากฐานราก
85 เมตร
เขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของภาคใต้
ลักษณะโรงไฟฟ้า
* หมายเหตุ เขื่อนบางลาง เครื่องที่ 1-3 กำลังผลิตตามสัญญาลดลงเหลือ 24 เมกะวัตต์ ตามมติกรรมการ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569





