60 ปี “ เขื่อนภูมิพล ” เขื่อนของพ่อ พลังของน้ำที่หล่อเลี้ยงคนไทย

15 May 2024

          กว่า 6 ทศวรรษที่เขื่อนของพ่อ “เขื่อนภูมิพล” ได้เก็บกักน้ำเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนสองฝั่งลุ่มแม่น้ำปิง ไหลเรื่อยไปจนถึงลุ่มเจ้าพระยา ผ่านการบริหารจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ให้ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรได้มีน้ำกินน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ โดยมีพลังงานไฟฟ้าเป็นผลพลอยได้จากการปล่อยน้ำ กลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่นำมาใช้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และยังก่อเกิดประโยชน์อีกมากมายมหาศาลต่อทั้งคนไทยและการพัฒนาประเทศ

          จากก้าวแรกปี 2495 ที่รัฐบาลไทยมีแนวคิดในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ จึงได้ทำการสำรวจและพบว่าพื้นที่ลำน้ำปิงบริเวณหุบเขาย่านรี หรือ ยันฮี ในอำเภอสามเงา จังหวัดตาก เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสม “เขื่อนอเนกประสงค์ที่ชื่อว่า เขื่อนยันฮี” จึงได้มีการก่อสร้างขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทยพร้อมกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2500 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9)  ได้พระราชทานพระปรมาภิไธย ให้เป็นชื่อเขื่อนว่า “เขื่อนภูมิพล” อีกทั้งยังได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดเขื่อนและทรงกดปุ่มขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 1 เข้าระบบเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2507 โดยมีพระราชดำรัสไว้ว่า

          “โครงการอเนกประสงค์โครงการแรกของประเทศไทยนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจก้าวใหม่ให้ไพศาลออกไป ปัจจุบันน้ำเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิต และน้ำกับไฟฟ้า ส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชีวิต”

          จากพระราชดำรัสได้บ่งบอกถึงสายพระเนตรอันกว้างไกล ที่ทรงวางรากฐานให้กับพสกนิกรชาวไทย ทำให้เขื่อนภูมิพล ได้ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ เสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศควบคู่กับการชลประทานนับแต่นั้นเป็นต้นมา

          ในการบริหารจัดการน้ำ น้อมนำหลักสำคัญของการพัฒนาแหล่งน้ำที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้เป็นแนวทางคือ “ต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก ถ้ามีน้ำ คนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้” เขื่อนภูมิพลจึงดำเนินภารกิจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษตรเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังต้องก่อให้เกิดประโยชน์ที่หลากหลายแก่ประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม

          ก่อนการสร้างเขื่อนภูมิพล ผู้คนปลายน้ำที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าว จะปลูกได้เพียงปีละครั้ง เพราะประสบปัญหาการขาดน้ำ ไม่เพียงพอต่อการทำนา แต่หลังจากที่เขื่อนสร้างเสร็จ เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้เพิ่มปีละ 2 – 3 ครั้ง ทำให้พื้นที่ปลายน้ำทอดยาวไปจนถึงภาคกลางกว่า 10 ล้านไร่กลายเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญ เรียกได้ว่าเป็น อู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ไม่เพียงเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรและชลประทานเท่านั้น ในช่วงหน้าแล้งที่น้ำทะเลหนุนสูงจนเกิดปัญหาน้ำกร่อย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เกษตรกรไม่สามารถนำน้ำมาทำการเกษตรได้ เขื่อนภูมิพลได้ทำหน้าที่ระบายน้ำช่วยผลักดันน้ำเค็ม แก้ปัญหาน้ำกร่อย และในช่วงฤดูฝนลุ่มเจ้าพระยามักประสบกับปัญหาน้ำท่วม บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย อ่างเก็บน้ำของเขื่อนได้ทำหน้าที่เก็บกักน้ำไว้ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง

          สำหรับคนกลางน้ำอย่างชุมชนรอบเขื่อน ที่นอกจากจะมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างอุดมสมบูรณ์แล้วก็ยังได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทั้งการสร้างอาชีพให้ชาวเรือแพนำนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมความสวยงามของทัศนียภาพอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ขายสินค้าชุมชนให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งยังเกิดแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดนำไปสู่การสร้างอาชีพประมงให้กับชุมชนได้พึ่งพาตนเอง

          ส่วนผู้คนต้นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นชาวอมก๋อย หรือชาวแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่เดิมคนต้นน้ำเลี้ยงชีพโดยการหาของป่า ทำไร่หมุนเวียนบนที่สูง บางส่วนก็เข้าป่าล่าสัตว์ หลังจากมีเขื่อนคนต้นน้ำก็ได้รับการประสานประโยชน์และพัฒนาชุมชนร่วมกันกับคนกลางน้ำและปลายน้ำ สู่อาชีพและการใช้ชีวิตที่เป็นประโยชน์กับป่า ทั้งการแบ่งปันความรู้ในการทำอาชีพเกษตรกรรมที่เหมาะสม เช่น การปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกไผ่ กาแฟ รวมถึงร่วมกันปลูกป่าและสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อรักษาป่าต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำทุก ๆ หยาดหยดที่ปล่อยจากเขื่อนเพื่อประโยชน์นานัปการ ผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้ถึงปีละ 1,200 ล้านหน่วย ถือเป็นไฟฟ้าพลังงานสะอาด ช่วยเสริมให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคงมากขึ้น

          “เขื่อนของพ่อ” ยังคงมุ่งเดินหน้าสร้างประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีแผนดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydro-floating Solar Hybrid) บนพื้นที่ผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ผสมผสานการผลิตไฟฟ้าระหว่าง “พลังงานแสงอาทิตย์” ในช่วงกลางวัน ร่วมกับการผลิตไฟฟ้า “พลังน้ำ” ในช่วงกลางคืน ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าเสริมระบบได้มากขึ้นและยาวนานขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality อีกด้วย

          6 ทศวรรษที่ผ่านมา เขื่อนภูมิพลได้ทำหน้าที่ “พลังของน้ำ” สร้างประโยชน์ สร้างอาชีพ สร้างความสุข สร้างรอยยิ้มหล่อเลี้ยงคนไทยอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ทศวรรษเขื่อนแห่งนี้จะยังคงยืนหยัดในภารกิจ สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนสมกับบทบาทสำคัญที่ได้ชื่อว่าเป็น “เขื่อนของพ่อ” ไปตราบนานเท่านาน