โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จุดพลังแห่งความมั่นคง ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน#
14 August 2025
ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพึ่งพาพลังงานสะอาด กลายเป็น “ความจำเป็น” มากกว่าแค่ “ทางเลือก” การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะผู้ดูแลรักษาความมั่นคงพลังงานให้กับประเทศ ได้เดินหน้าพัฒนา “โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ” ซึ่งไม่เพียงแต่จะผลิตไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงพลังงาน แต่ยังเป็นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และชุมชนโดยรอบอย่างสมดุล เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ จากผลสำเร็จของโครงการฯ ที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ที่ผ่านมา กฟผ. จึงได้เดินหน้าขยายผลต่อเนื่องที่ จ.กาญจนบุรี โดยโครงการฯ เขื่อนศรีนครินทร์ ชุดที่ 1 ด้วยกำลังการผลิต 140 เมกะวัตต์ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืนของไทย
ก้าวใหม่ของพลังงานสะอาดบนผืนน้ำเขื่อนศรีนครินทร์#
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ชุดที่ 1 ตั้งอยู่ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำของเขื่อน โดยใช้พื้นที่ผิวน้ำประมาณ 1,020 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.55 จากพื้นที่ผิวน้ำทั้งหมด พัฒนาโครงการภายใต้หลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้เสาส่งและพื้นที่ผิวน้ำที่มีอยู่เดิมอย่างชาญฉลาด โดยติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ ที่ไม่เบียดเบียนการใช้ประโยชน์พื้นที่ผิวดิน ไม่รุกล้ำพื้นที่การเกษตรหรือพื้นที่ป่าไม้ และยังช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานมากขึ้น นอกจากนื้ ยังลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศซึ่งมีต้นทุนสูง และมีความผันผวนตามราคาตลาดโลก ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้ระบบพลังงานของชาติอย่างยั่งยืน

เทคโนโลยีสะอาด เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน#
กฟผ. พัฒนาโครงการด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางผังพื้นที่ ที่คำนึงถึงทัศนียภาพของเขื่อนซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พัฒนาโครงการโดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเลือกใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบดับเบิลกลาส (Double Glass) ที่มีคุณสมบัติเป็นกระจกทั้งสองด้าน ช่วยป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่แผง ป้องกันสิ่งปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ และยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ขณะที่ทุ่นลอยน้ำผลิตจากวัสดุ HDPE (High Density Polyethylene) ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับท่อส่งน้ำประปา จึงปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม แผงเซลล์แสงอาทิตย์ยังได้รับการติดตั้งให้มีความลาดชัน เอื้อให้แสงและออกซิเจนสามารถผ่านลงสู่ใต้น้ำ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ หรือการดำรงอยู่ของสัตว์น้ำในพื้นที่ อีกทั้งตัวแผงฯ ยังมีส่วนช่วยลดการระเหยของน้ำ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของเขื่อน

“พลังงานสะอาด” เป้าหมายของชาติ#
โครงการฯ นี้มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของแผนพัฒนาพลังงานชาติ และยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2065 อย่างเป็นรูปธรรม

สร้างพลังงาน สร้างโอกาสชุมชน สร้างอนาคตที่ยั่งยืน#
นอกจากโครงการจะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ความยั่งยืนที่แท้จริง ต้องมาพร้อมกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยได้เปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการรับฟังความคิดเห็น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ ทั้งการจ้างงานในพื้นที่ช่วงระหว่างการก่อสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ชุมชนจะได้รับจัดสรรจากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความภาคภูมิใจ และความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของโครงการอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ


โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ กฟผ. ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ แต่คือก้าวสำคัญเพี่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงานและรับมือกับราคาพลังงานที่ผันผวน พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ด้วยการผสานเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าสูงสุด ควบคู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ตอบเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ทั้งมิติด้านพลังงาน เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก
