ปาฏิหาริย์มะม่วงหิมพานต์ เรื่องเล่าความสำเร็จแห่งบ้านหาดไก่ต้อย จังหวัดอุตรดิตถ์
20 November 2025วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย จังหวัดอุตรดิตถ์ คือเรื่องราวของการ “ไม่ยอมแพ้” และพลิกฟื้นชีวิตชุมชน จากพื้นที่ที่เคยถูกมองว่า “แห้งแล้ง ไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร” กลายเป็นแหล่งผลิตมะม่วงหิมพานต์คุณภาพดีที่สร้างรายได้และความยั่งยืน แบบอย่างอันน่าทึ่งของการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนผืนดินที่แห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้และความภาคภูมิใจ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของผลผลิตทางการเกษตร แต่เป็นตำนานแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ของคนในชุมชน

จุดเริ่มต้น…บนผืนดินที่ท้าทาย
บ้านหาดไก่ต้อยเป็นชุมชนที่ก่อตั้งขึ้นจากการอพยพของผู้คนหลังการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ พวกเขามาตั้งถิ่นฐานบนที่ดินที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านจัดสรรให้ ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาหินลูกรัง ลอนลูกคลื่น และความแห้งแล้ง ทำให้พื้นที่นี้ไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตรโดยทั่วไป
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2520 หน่วยงานราชการได้เข้ามาส่งเสริมให้ปลูก “มะม่วงหิมพานต์” ซึ่งเป็นพืชที่ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี ชาวบ้านจึงนำมาปลูก แต่เมื่อต้นมะม่วงหิมพานต์เริ่มให้ผลผลิต ปัญหาสำคัญที่เผชิญคือ การขาดความรู้ในการกะเทาะเปลือกเม็ดและการแปรรูปเพื่อบริโภค ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไรกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ได้ เปลือกหนา แข็ง กะเทาะไม่ออก ขายไม่ได้ ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ความหวังค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความท้อแท้ บางคนเริ่มโค่นต้นไม้ทิ้ง เหมือนความหวังของตัวเองก็ถูกโค่นลงไปพร้อมกัน
สองตายาย ผู้จุดประกายความหวัง
แสงแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นจากความพยายามของ นายบุญ และ นางบุญ ปิสา สองตายายสามีภรรยาแห่งหมู่ที่ 3 บ้านหาดไก่ต้อย ท่านทั้งสองได้ทดลองหาวิธีการกะเทาะเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เพื่อนำเม็ดข้างในออกมาบริโภค หลังจากการลองผิดลองถูกหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้ค้นพบวิธีที่ประสบความสำเร็จ โดยการนำเม็ดดิบมาแช่น้ำ นำไปต้ม แล้วใช้มีดแกะเอาเม็ดออกมา
สิ่งที่ค้นพบนั้นน่าประทับใจยิ่งกว่า เพราะเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากอำเภอท่าปลาแห่งนี้มีรสชาติอันโดดเด่น คือ “หวาน มัน เนื้อแน่น อร่อย” เมื่อสองตายายนำเม็ดที่กะเทาะแล้วไปขาย ก็สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้จริง เรื่องราวนี้กลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้านที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการแกะ จนสามารถกะเทาะเม็ดได้สำเร็จ ต้นมะม่วงหิมพานต์ที่เคยจะถูกโค่นทิ้ง กลับมีคุณค่าอีกครั้ง ผู้คนเริ่มปลูกเพิ่ม ขยายพื้นที่ ดูแลต้นไม้อย่างใส่ใจ จากหมู่บ้านเดียว กลายเป็นทั้งตำบล ทั้งอำเภอ จากผืนแผ่นดินแห้งแล้ง กำลังถูกเปลี่ยนเป็นผืนแผ่นดินแห่งความหวัง
การรวมตัวเพื่อความแข็งแกร่ง จุดกำเนิดวิสาหกิจชุมชน
เมื่อผลผลิตมีมากขึ้น การรวมตัวจึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและมูลค่าเพิ่ม เดิมทีเกษตรกรต้องขายผลผลิตมะม่วงหิมพานต์ให้แก่พ่อค้าคนกลางจากต่างจังหวัดในรูปของเม็ดดิบ ทำให้ราคาไม่แน่นอนและถูกกำหนดโดยพ่อค้า แต่ครั้งนี้… ชาวบ้านไม่ยอมแพ้อีกแล้ว พวกเขารวมตัวกันจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย” ภายใต้การนำของ พี่แอ๊ด (นางวันทรา ผ่านคำ) ประธานกลุ่มที่เต็มไปด้วยพลัง

พี่แอ๊ด (นางวันทรา ผ่านคำ)
ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย
กว่าจะมาถึงจุดนี้ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายอย่าง กลุ่มได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย มายาวนานมากกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็น
สนับสนุนงบประมาณการตรวจวิเคราะห์หาคุณค่าทางโภชนาการของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พัฒนาออกแบบซองบรรจุภัณฑ์ งานวิจัยการทำน้ำมะม่วงหิมพานต์เข้มข้น ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปน้ำนมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ร่วมกับสถาบันอาหาร รวมถึงนำกลุ่มร่วมจัดแสดงสินค้าในโอกาสต่าง ๆ
กฟผ. ช่วยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับชาวบ้าน มีปัญหาอะไรก็ปรึกษา กฟผ. ได้ตลอด กฟผ. จึงไม่ใช่เพียงหน่วยงานสนับสนุน แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่ชุมชนไว้ใจ
เมื่อความสำเร็จเล็ก ๆ กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่
จากเม็ดดิบธรรมดา แต่วันนี้ได้พัฒนาเพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยการแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และขยายช่องทางการตลาด จากเม็ดธรรมดา กลายเป็นผลิตภัณฑ์ กว่า 14 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นรสต้มยำ รสปาปริก้า รสโนริสาหร่าย รสบาบีคิว รสงาขี้ม่อน คุกกี้ น้ำมะม่วงหิมพานต์ และน้ำนมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุด คือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบน้ำเกลือ ที่ได้รสของธรรมชาติแท้ ๆ มีความอร่อยที่กินแล้วหยุดไม่ได้ อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย และที่สำคัญคือดีต่อสุขภาพเพราะใช้การอบไม่ใช่การทอด ซึ่งเป็นตัวชูโรงที่มียอดการซื้อซ้ำมากที่สุด
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่จังหวัดอุตรดิตถ์แห่งนี้มีผลการวิจัยว่ามีสาร Beta Sitosterol มากที่สุดในประเทศไทย ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดการอักเสบ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน มีสาร GABA ที่ช่วยในเรื่องระบบประสาทและสมอง รวมถึงเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ต่อร่างกาย
จากเม็ดพืชเล็ก ๆ กำลังเปลี่ยนชีวิตของทั้งชุมชน ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ไร้ค่า ถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย คือ การใช้ทรัพยากรแบบ Zero Waste พวกเขาใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของมะม่วงหิมพานต์ เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อให้เกิดรายได้และยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่มีอะไรถูกทิ้ง ไม่มีอะไรเป็นขยะ
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์: แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลาย
- เนื้อมะม่วงหิมพานต์ (ส่วนที่เป็นผล): นำไปทำน้ำมะม่วงหิมพานต์
- ส่วนจมูก/เม็ดป่น: นำไปทำผลิตภัณฑ์น้ำนมเม็ดมะม่วงหิมพานต์
- เม็ด: ใช้เพาะพันธุ์ต้นกล้ามะม่วงหิมพานต์
- เยื่อ: นำไปทำปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงต้น
- เปลือก: ขายให้กับโรงงานเพื่อนำไปบีบเอาน้ำมันสกัดเป็นผ้าเบรกรถยนต์
- ไม้จากการตัดแต่งกิ่ง: ใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการต้มเม็ดมะม่วงหิมพานต์





นี่ไม่ใช่แค่การประหยัด แต่เป็นปรัชญาชีวิตที่สะท้อนว่า ทุกสิ่งมีคุณค่า
รอเพียงแต่เราจะค้นพบมัน
เมื่อดวงอาทิตย์ช่วยอบความฝัน
เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบรนด์ “Queen” ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการอบแห้ง ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) (ผลิตภัณฑ์ 1 ห่อ ขนาด 100 กรัม จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 0.119 กิโลกรัม คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” ของโครงการส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดใช้พลังงาน เป็นการการันตีว่าเป็นสินค้าชุมชนที่มีกระบวนการผลิตที่ลดใช้พลังงาน ผ่านเกณฑ์ของกระทรวงพลังงาน เป็นสินค้ารักษ์โลกที่พร้อมขยายฐานการจำหน่ายสู่กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยการใช้แรงงานคนในการแกะและกะเทาะเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เพื่อให้ได้เม็ดที่สวยสมบูรณ์สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างอาชีพในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐานด้านต่าง ๆ ได้แก่ อย. เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน และผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งปัจจุบันสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 2.5 ล้านบาท/ปี
ความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับระดับประเทศ
ความมุ่งมั่นและคุณภาพของกลุ่มฯ ได้รับการรับรองและรางวัลมากมาย อาทิ
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 วิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2561
- รางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 2567 ประเภทแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร
- ผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว
- อย. ควอลตี้ อวอร์ด ระดับประเทศ
เรื่องราวของบ้านหาดไก่ต้อยไม่ใช่แค่สินค้าชุมชน แต่คือพลังของวิสาหกิจ ชุมชนที่ใช้ความรู้ ภูมิปัญญา นวัตกรรม และความร่วมมือ เปลี่ยนพื้นที่เล็ก ๆ ให้กลายเป็นความมั่นคงของคนในชุมชน และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

หัวใจของการแบ่งปัน ผลกำไรที่งอกงามเพื่อทุกคน
ผลกำไรของ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านหาดไก่ต้อย ที่เกิดขึ้นจากการทุ่มเทแรงกายและแรงใจของทุกคน ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในบัญชี แต่คือ เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังและความมั่นคง ที่ช่วยกันบ่มเพาะให้เติบโตอย่างยั่งยืนอบอุ่นและมั่นคง ผลกำไรที่ได้มาได้กลับคืนสู่ชุมชน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
- 40% ปันผลกำไรให้กับสมาชิกกลุ่ม: นี่คือการตอบแทนความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของสมาชิกอย่างแท้จริง เงินปันผลนี้คือผลผลิตของหยาดเหงื่อและความมุ่งมั่นเป็นการยืนยันว่า ความสำเร็จของกลุ่มคือความสำเร็จของสมาชิกทุกคน ช่วยเติมเต็มความสุขและกำลังใจให้แก่ครอบครัว
- 30% สมทบไว้ในกองทุน: ส่วนนี้คือ รากฐานความมั่นคง ของกลุ่มในอนาคต เป็นเสมือนเบาะรองรับเมื่อยามที่เราต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่คาดคิด และเป็นแหล่งทุนสำหรับการต่อยอดและขยายโอกาสทางธุรกิจในวันข้างหน้า เพื่อให้กลุ่มยังคงแข็งแกร่งและเติบโตไม่หยุดยั้ง
- 20% สวัสดิการให้กับสมาชิกกลุ่ม: เพราะใส่ใจในความเป็นอยู่ที่ดีของเพื่อนร่วมทางทุกคน เงินส่วนนี้จะถูกใช้เพื่อดูแลสวัสดิการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือยามเจ็บป่วย การจัดกิจกรรมสันทนาการ หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะทำให้รู้สึกว่า เราคือครอบครัวเดียวกัน ที่พร้อมจะดูแลกันและกัน
- 10% สาธารณประโยชน์: การเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ดีในสังคมเป็นเรื่องสำคัญ เงินส่วนนี้คือการแบ่งปันกลับคืนสู่ชุมชนและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแจกของในวันเด็ก สร้างศาลากลางหมู่บ้าน มอบของให้ผู้สูงอายุ ฯลฯ เป็นการแสดงให้เห็นว่า การให้ที่ยิ่งใหญ่คือความสุขที่แท้จริง























