REFC เทคโนโลยีเปลี่ยนเกม ตัวช่วยสร้างสมดุลความมั่นคงและราคาพลังงาน
22 May 2026
รู้หรือไม่… 50-60 % ของค่าไฟฟ้า คือ “ค่าเชื้อเพลิง” จึงเป็นเหตุผลว่าเมื่อเกิดวิกฤตพลังงานขึ้นทีไร ค่าไฟฟ้าจะสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะประเทศไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG จากต่างประเทศเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าถึง 25 % แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ได้มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ไม่เพียงเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions แต่ยังช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงด้วย ทว่า..การใช้พลังงานหมุนเวียนก็ต้องแลกมาด้วยความไม่แน่นอนของแหล่งพลังงานเช่นกัน
ในฐานะผู้ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้พัฒนานวัตกรรมพลังงานเพื่อช่วยให้พลังงานหมุนเวียนสามารถผลิตไฟฟ้าร่วมกับโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพัฒนา “ศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน” หรือ REFC (Renewable Energy Forecast Center) เพื่อใช้คาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนล่วงหน้าอย่างแม่นยำ สร้างความมั่นใจได้ว่าคนไทยจะมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคง “ไม่ตก ไม่ดับ” สนับสนุนให้พลังงานสะอาดสามารถเป็นทั้งพลังงานเพื่อโลกและกลไกสำคัญที่ช่วยรองรับความผันผวนของต้นทุนพลังงาน


REFC รู้ทันทุกสถานการณ์ แก้เกมความไม่เสถียรของพลังงานหมุนเวียน
Pain Point ของพลังงานหมุนเวียนคือความไม่เสถียร การแก้ “จุดอ่อน” นี้คือต้องคาดการณ์ได้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะผลิตไฟฟ้าได้เท่าไร ในช่วงเวลาใด โดย REFC จะพยากรณ์ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer: SPP) ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. โดยรวบรวมข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลทางเทคนิคของโรงไฟฟ้า และข้อมูลทางสถิติการผลิตของแต่ละโรงไฟฟ้า มาประมวลผลด้วยระบบวิเคราะห์อัจฉริยะ เพื่อให้การคาดการณ์มีความแม่นยำ


การพยากรณ์แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ Day Ahead เป็นการพยากรณ์วันละ 1 ครั้ง ล่วงหน้าสูงสุดได้ 10 วัน เพื่อใช้วางแผนผลิตไฟฟ้าร่วมกับโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงประเภทอื่น และรูปแบบ Intraday ที่จะอัปเดตทุก 1 ชั่วโมง ล่วงหน้า 6 ชั่วโมง ซึ่งให้ข้อมูลใกล้เคียงกับศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจริงมากที่สุด ความแม่นยำของ REFC จึงช่วยให้ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า (System Operator: SO) สามารถบริหารและสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงไฟฟ้าไม่เพียงพอ หรือผลิตเกินความจำเป็น เพื่อรักษาสมดุลระหว่างกำลังการผลิตและความต้องการใช้ไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพและความมั่นคง

แม่นยำยิ่งขึ้นด้วยนวัตกรรม AI
กฟผ. เดินหน้าพัฒนาระบบพยากรณ์ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการนำระบบ “Ensemble Forecasting” มาประยุกต์ใช้ เป็นการผสานแบบจำลองพยากรณ์หลายรูปแบบเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เปรียบเสมือนนำหลายสมองมาช่วยกันคิด ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความคลาดเคลื่อน (Mean Absolute Percentage Error: MAPE) ได้ดีกว่าพึ่งพาการใช้แบบจำลองเพียงรูปแบบเดียว ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่ใช้งานระบบ Ensemble Forecasting แล้ว 20 แห่ง และอยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่มอีก 18 แห่ง เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต REFC จึงถือเป็นนวัตกรรมพลังงานที่ กฟผ. พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ และสร้างรากฐานสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างมั่นคงและยั่งยืน

บริหารต้นทุนพลังงาน เพื่อค่าไฟที่เหมาะสมและเป็นธรรม
เมื่อระบบพยากรณ์มีความแม่นยำมากขึ้น กฟผ. ก็สามารถวางแผนบริหารจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าพลังงานหมุนเวียนจะผลิตไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใดในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าสามารถสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหลักได้สอดคล้องกับศักยภาพของพลังงานหมุนเวียน ช่วยให้บริหารการใช้เชื้อเพลิงได้เหมาะสมยิ่งขึ้น สามารถควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องสำรองเชื้อเพลิงมากเกินความจำเป็น ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ไม่ให้พุ่งสูงเกินไป ท้ายที่สุดประชาชนก็จะได้รับบริการไฟฟ้าที่มีคุณภาพ มั่นคง และในราคาที่เป็นธรรม
ในวันที่พลังงานหมุนเวียนมีบทบาทมากขึ้น เทคโนโลยีการพยากรณ์จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารระบบไฟฟ้ายุคใหม่ ช่วยให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าสู่พลังงานสะอาดได้อย่างมั่นคง มีประสิทธิภาพ และสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนค่าไฟฟ้า และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
