“พลังของพวกเรา” ขับเคลื่อนพลังงานที่ยั่งยืน สู่อนาคตประเทศไทย
23 June 2026
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการใช้พลังงาน จากอดีตที่พึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลักสู่ยุคใหม่ บนความท้าทายในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) การสร้างสมดุลระหว่าง “ความมั่นคงทางพลังงาน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้าง “พลังงานที่ยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นจริง ด้วยการผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม เพื่อส่งต่อพลังงานที่มั่นคงสู่คนรุ่นถัดไป
ยั่งยืนด้วยพลังสะอาด และมั่นคงด้วยเทคโนโลยี

กฟผ. มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดหลายรูปแบบ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (FPV) ควบคู่กับการยกระดับระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ อาทิ การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ทั้งในรูปแบบแบตเตอรี่ (BESS) ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วระดับมิลลิวินาที และพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (PSH) ที่ทำหน้าที่เสมือนแหล่งกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ เพื่อให้พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานที่พึ่งพาได้ พร้อมกันนี้ยังพัฒนานวัตกรรมพลังงานใหม่ ๆ มาช่วยในการบริหารจัดการพลังงาน อาทิ ศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (REFC) เพื่อคาดการณ์กำลังผลิตจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ สนับสนุนให้ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า สามารถวางแผนการผลิตและสั่งการเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังแสวงหาเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น การศึกษาแนวทางการผลิตและใช้ไฮโดรเจนผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคพลังงาน การศึกษาเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยนำคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ หรือกักเก็บอย่างปลอดภัยในชั้นหินใต้ดิน ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการบริหารจัดการลดการปล่อยคาร์บอนจากแหล่งกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ยั่งยืนด้วย SMR ปลดล็อกความผันผวนสู่ความมั่นคงระยะยาว

ด้วยข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียนที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลา ทำให้ไม่อาจพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเพียงลำพังได้ Small Modular Reactor (SMR) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก จึงกลายเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยไขข้อจำกัดด้านความมั่นคงทางพลังงาน SMR ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูง ก่อสร้างได้รวดเร็ว และสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถเป็นพลังงานหลักที่เข้ามาเติมเต็มและปิดช่องว่างของพลังงานหมุนเวียน โดย กฟผ. ได้สั่งสมองค์ความรู้เตรียมความพร้อมด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ปี ด้วยเห็นว่า SMR ไม่ใช่แค่การเลือกเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการวางรากฐานระบบไฟฟ้าไทยให้มั่นคง แข่งขันได้ และยั่งยืนในอนาคต
ยั่งยืนด้วยพลังเล็กๆ ของคนไทย ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่

นอกเหนือจากภาคการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ยังสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำในภาคการขนส่ง ผ่านการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจร ทั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า EleX by EGAT การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล EleXA เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการได้ง่ายและสะดวกพร้อมด้วยระบบหลังบ้านที่ทรงพลังอย่างแพลตฟอร์ม BackEN ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลสถานีชาร์จ การบริหารจัดการโหลดไฟฟ้า และระบบชำระเงินเข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจให้เกิดการใช้ EV ในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งได้อีกทาง
อีกหนึ่งรากฐานสำคัญ คือ การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระดับครัวเรือน ผ่านฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่คนไทยคุ้นเคยมายาวนาน ปัจจุบัน กฟผ. ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) พัฒนาฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 รูปแบบใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดไฟ และแสดงข้อมูลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจคูณ 2 ให้กับผู้บริโภค พร้อมผลักดันให้ผู้ผลิตพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น พลังเล็กๆจากการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานของแต่ละบ้านเมื่อรวมกัน ก็กลายเป็นพลังมหาศาล กว่า 30 ปี ของฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ได้ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปแล้ว 22 ล้านตัน แสดงถึงพลังเล็กๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้จริง
พลังงานที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ของโลก แต่คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง กฟผ. เดินหน้าพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาด พร้อมบูรณาการในทุกมิติร่วมกับคนไทย มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions เพราะเชื่อมั่นว่า “พลังของพวกเรา” จะร่วมกันสร้างอนาคตที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืนให้ประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
