แท็กทีมเทคโนโลยีอัจฉริยะ พลิกโฉมโครงข่ายไฟฟ้าอนาคตรองรับพลังงานยุคใหม่
26 June 2026
หากมีใครบอกว่า “วันหนึ่ง..รถยนต์ไฟฟ้าจะจ่ายไฟเข้าระบบไฟฟ้าได้” เราจะเชื่อไหม ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวเร็วจนกะพริบตาแทบไม่ทัน อีกไม่นานเกินรอรถ EV จะสามารถจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เข้าระบบไฟฟ้าได้ ยิ่งไปกว่านั้นโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดโรงเล็กโรงน้อยที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ จะสามารถรวมตัวกันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้เสมือนเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่กันไปเลย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป้าหมายสำคัญคือนำพาประเทศสู่ Net Zero Emissions ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไร…ไปดูกัน
VPP และ V2G เทคโนโลยีอัจฉริยะ เสริมความมั่นคง-เซฟต้นทุนค่าไฟฟ้า
กฟผ. ได้เร่งพัฒนานวัตกรรมพลังงานที่เรียกว่า โรงไฟฟ้าเสมือน หรือ VPP (Virtual Power Plant) และ ระบบการจ่ายไฟฟ้าจากยานยนต์ไฟฟ้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า หรือ V2G (Vehicle-to-Grid) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้าและลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งปัจจุบันได้รับผลกระทบด้านราคาอย่างมากจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง 2 เทคโนโลยีนี้มีกลไกที่เข้ามาช่วยบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และช่วยพยุงระบบไฟฟ้าในภาพรวมอย่างไร

VPP สมองกลที่รวบรวมพลังมดงานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อเรามีทั้งโซลาร์ฟาร์มและกังหันลมขนาดเล็ก โรงไฟฟ้าชีวมวล โซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาบ้าน มีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน กระจายตัวอยู่ในโครงข่ายไฟฟ้า (Distributed Energy Resources: DERs) กฟผ.จึงพัฒนาระบบควบคุมเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ IoT และ AI ช่วยรวบรวมแหล่งผลิตพลังงานเล็กๆเหล่านี้เชื่อมโยงเข้าไว้ด้วยกัน เสมือนว่าเป็น “โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หนึ่งโรง” ดังนั้น เมื่อเกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหรือลดลงในระบบ ผู้ดูแลรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าซึ่งก็คือศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ จะประสานการเพิ่มหรือลดกำลังผลิตตามค่าศักยภาพและค่าความพร้อมจาก VPP โดยสามารถควบคุมได้ทั้งปริมาณการผลิตและช่วงเวลาที่ต้องการได้เสมือนสั่งการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หนึ่งโรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

VPP ยังครอบคลุมไปถึง V2G ที่ยามปกติชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ แต่ยามที่เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak รถ EV จะทำหน้าที่เสมือนเป็นแบตเตอรี่ และจะสามารถจ่ายไฟย้อนกลับเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า (Grid) โดยระบบจะดึงไฟจากรถ EV มาเสริม ซึ่งอนาคตจะมีรถ EV เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก นั่นเสมือนว่าเราจะมีโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่จะมาช่วยจ่ายไฟเสริมความมั่นคงของระบบในช่วงเวลาดังกล่าวมากขึ้น ปัจจุบัน กฟผ. ได้ดำเนินโครงการนำร่องผ่านแพลตฟอร์ม WattDrive เพื่อทดสอบการใช้งาน V2G ร่วมกับพันธมิตรค่ายรถยนต์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการบริหารจัดการโหลดยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
นวัตกรรมเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนเป็นการทำให้สถานะของ “โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดขนาดเล็กมาก” มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าเสมือนเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ทันทีในช่วงเวลาที่ต้องการ ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงของระบบ แต่ยังสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงราคาแพงได้อีกด้วย
3 ฮีโร่ไอเทมสุดเจ๋ง เสริมแกร่งโครงข่ายไฟฟ้า
แน่นอนว่าเมื่อมีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาในระบบมากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าเพราะพลังงานเหล่านี้มีความผันผวนตามสภาพอากาศ ไม่สามารถควบคุมการผลิตไฟฟ้าได้เหมือนโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล จึงมีข้อจำกัดในการช่วยควบคุมแรงดันและความถี่ไฟฟ้าของระบบ กฟผ. จึงต้องนำอีก 3 เทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาเป็นตัวช่วยพิเศษคอยประคองระบบไฟฟ้าให้เสถียร เพื่อให้พลังงานหมุนเวียนไม่สร้างความเสียหายให้กับโครงข่ายไฟฟ้า

Grid Forming เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์สมัยใหม่ที่มีคุณสมบัติในการสร้างความเฉื่อยเสมือน ช่วยให้แหล่งจ่ายไฟฟ้าที่ใช้อินเวอร์เตอร์ที่อยู่ห่างไกลจากโรงไฟฟ้าหลักสามารถจ่ายไฟไปพร้อมกับการควบคุมแรงดันและรักษาความถี่ให้คงที่ได้อย่างเสถียร ช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงความถี่ไฟฟ้าจากเหตุขัดข้องต่าง ๆ ในระบบไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ควบคู่กับการใช้ STATCOM (Static Synchronous Compensator) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังที่ติดตั้งในสถานีไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งตอบสนองไวในระดับเสี้ยววินาที มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำในทุกสภาวะ หากเกิดเหตุลัดวงจรในบริเวณใกล้เคียง STATCOM จะเข้ามาพยุงแรงดันไฟฟ้าในทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุลัดวงจรที่อาจนำไปสู่ปัญหาไฟฟ้าดับในวงกว้างได้ นอกจากนี้ ยังมี Synchronous Condenser (SC) อุปกรณ์สร้างความเฉื่อยทางกลและชดเชยกำลังไฟฟ้าเสมือน เพื่อควบคุมแรงดันและเสริมความแข็งแกร่งของระบบไฟฟ้า ช่วยให้ระบบควบคุมและป้องกันต่าง ๆ ทำงานได้อย่างถูกต้อง เสมือนมีโรงไฟฟ้าหลักคอยดูแลระบบอย่างทั่วถึง
การเดินทางสู่ยุคพลังงานสะอาดของประเทศไทย ไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด แต่คือยกระดับการบริหารจัดการพลังงานตั้งแต่การสร้างสมดุลพลังงาน การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า Grid Modernization ที่มีการผสานพลังเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง V2G และ VPP ที่เปลี่ยนบทบาทของผู้บริโภคให้กลายเป็นผู้ช่วยพยุงระบบ ไปจนถึงการติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะทั้ง Grid Forming, STATCOM และ Synchronous Condenser ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงข่ายไฟฟ้า ทั้งหมดนี้คือฟันเฟืองสำคัญที่ กฟผ. มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะได้ใช้ไฟฟ้าสะอาด ในราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
