สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเรือใบ THA48 และพระราชทานรางวัลการแข่งขันเรือใบ ในกิจกรรมการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ณ เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
9 July 2026
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.12 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ณ เขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีนายอรุณรัตน์ ศรีพิเชียร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 8 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมป์ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พลตำรวจโท สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และประชาชนเฝ้า ฯ รับเสด็จ
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังจุดปล่อยตัว บริเวณหน้าทางเข้าประตูกุ้ยหลิน (เมืองไทย) ทรงปล่อยตัวนักกีฬาเรือใบเฉลิมพระเกียรติ ฯ จำนวน 68 ลำ พร้อมทรงเรือใบ THA 48 ในการแสดงเรือใบเฉลิมพระเกียรติ ฯ ไปยังบริเวณหน้าเขื่อนรัชชประภา
เวลาโดยประมาณ 16.15 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนรัชชประภา ทอดพระเนตรห้องควบคุมการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ทรงรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการผลิตกระแสไฟฟ้า พร้อมทอดพระเนตรอุปกรณ์ระบบควบคุม และเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า

จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปอาคารพลับพลา เขื่อนรัชชประภา ทอดพระเนตรนิทรรศการชุด “48 พรรษา พระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย แรงบันดาลใจแห่งชาติ” แบ่งเป็น 3 โซน โซนที่ 1 พระคู่บารมีองค์ราชัน กฟผ. ได้น้อมนำพระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ธ ผู้เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า มาร้อยเรียง และจัดแสดง โซนที่ 2 พระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจในการพระราชพิธีสำคัญ การเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศอย่างต่อเนื่อง และโซนที่ 3 พระราชกรณียกิจด้านกีฬา ด้วยพระปรีชาสามารถด้านกีฬาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี “ทรงเป็นแบบอย่างแห่งการออกกำลังกาย” ที่สะท้อนถึงพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ ทรงพระวิริยะอุตสาหะและทรงพัฒนาพระองค์อย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนได้หันมาออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพอีกด้วย


ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรนิทรรศการชุด “เขื่อนรัชชประภา แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” ซึ่งเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเขื่อนรัชชประภา ที่เดิมชื่อ เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 และพระราชพิธีราชมังคลาภิเษก พุทธศักราช 2531 รวมถึงเพื่ออำนวยประโยชน์กับราษฎร ทั้งด้านชลประทานและการผลิตไฟฟ้า เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2530 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานชื่อเขื่อนว่า “เขื่อนรัชชประภา” แปลว่า แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร (Light of the Kingdom)

จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานถ้วยรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแก่ผู้ชนะการแข่งขัน ฯ ทั้ง 5 ประเภท ประกอบด้วย ประเภท Optimist ชาย ประเภท Optimist หญิง ประเภท Optimist อายุต่ำกว่า 12 ปี ประเภท ILCA 4 และประเภท ILCA 6 พร้อมพระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมการแล่นเรือใบ จำนวน 74 ราย และพระราชทานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 ขนาดกำลังผลิต 50 กิโลวัตต์ และรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 1 คัน ให้แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลบ้านตาขุน
สำหรับ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เบอร์ 5 เป็นระบบออนกริด ขนาดกำลังผลิต 50 กิโลวัตต์ ประกอบด้วยแผงโซลาร์เซลล์ จำนวน 76 แผง พร้อมระบบอินเวอร์เตอร์ ขนาด 50 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 73,000 หน่วยต่อปี ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 320,000 บาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 38 ตันต่อปี นับเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของโรงพยาบาลบ้านตาขุน
พร้อมพระราชทานชุดนักเรียนเบอร์ 5 จำนวน 3,200 ชุด แก่ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่รอบเขื่อนรัชชประภา จำนวน 12 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านตาขุนวิทยา โรงเรียนตาขุน โรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม โรงเรียนบ้านตาขุน โรงเรียนบ้านช่องไม้งาม โรงเรียนบ้านพัฒนา 2 โรงเรียนบ้านเขาเทพพิทักษ์ โรงเรียนบ้านพัฒนา โรงเรียนวัดพรุศรี โรงเรียนบ้านเชี่ยวขวาน โรงเรียนวัดพะแสง และโรงเรียนบ้านวังขุม ซึ่งชุดนักเรียนเบอร์ 5 มีคุณสมบัติ “ประหยัดไฟฟ้า ใส่สบาย ไม่ต้องรีด” เนื้อผ้านุ่มสบาย ยับยากกว่าชุดนักเรียนทั่วไป ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายคิดเป็นเงิน 146 บาทต่อชุดต่อปี ผลจากการดำเนินโครงการชุดนักเรียนเบอร์ 5 จำนวน 3,200 ชุด สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 466,560 บาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 54 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังพระราชทานเข็มที่ระลึกงานเฉลิมพระเกียรติฯ แก่ผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานอีกจำนวน 30 ราย

จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปลูกต้นเคี่ยม พันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบในป่าดงดิบภาคใต้ มี 2 ชนิด ได้แก่ เคี่ยมขาวและเคี่ยมดำ มีลักษณะเนื้อไม้แข็ง เหนียว ทนทาน เหมาะสำหรับงานก่อสร้างและการใช้ในน้ำ เช่น การต่อเรือ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร ช่วยแก้อาการท้องร่วง สมานแผล ห้ามเลือด ล้างแผล และบรรเทาอาการฟกบวมได้อีกด้วย
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน กฟผ. กองทัพเรือ และสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 และเทิดพระเกียรติที่ทรงสืบสานพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสนับสนุนส่งเสริมการกีฬาของชาติ และเพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชน การใช้พลังงานสะอาด การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สืบไป


