‘พลังงาน’ และ ‘ธรรมชาติ’ บนเส้นทางแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ

          เมื่อพูดถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อม หลายคนคงนึกถึงภาวะโลกร้อน หากแต่ยังมีอีกหนึ่งวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และส่งผลต่อสมดุลธรรมชาติไม่แพ้กัน นั่นคือ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) การลดลงของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ในระบบนิเวศ ไม่ได้หมายถึงการหายไปของสิ่งมีชีวิตเพียงบางชนิด แต่คือการสูญเสียองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยประคับประคองความสมดุลของธรรมชาติ เพราะทุกชีวิตล้วนมีบทบาทเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เมื่อความสมดุลเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป ท้ายที่สุดย่อมส่งผลกระทบกลับมาสู่ทุกชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ให้พลังงานได้เติบโตเคียงคู่ธรรมชาติ

          สำหรับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การดำเนินภารกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงานจึงไม่ได้มุ่งตอบสนองเพียงความต้องการใช้พลังงานของประเทศเท่านั้น หากยังดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่รอบเขื่อน โรงไฟฟ้า และพื้นที่ดำเนินงานทั่วประเทศ ด้วยความเชื่อว่าการพัฒนาด้านพลังงานสามารถดำเนินไปพร้อมกับการรักษาสมดุลของธรรมชาติได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน

          ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฟผ. ได้ขับเคลื่อนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการประเมินและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การสำรวจทรัพยากรชีวภาพ การฟื้นฟูระบบนิเวศ การดูแลพื้นที่สีเขียว รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันปกป้อง ฟื้นฟู และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมมุ่งให้พื้นที่การดำเนินงานด้านพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่สามารถหล่อเลี้ยงความหลากหลายของชีวิต และเติบโตเคียงคู่กับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

พื้นที่ของพลังงาน บ้านของความหลากหลายทางชีวภาพ

          วันนี้ พื้นที่รอบเขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ผลิตพลังงาน แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน เป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นนกแก้วโม่งที่สามารถพบได้ในพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ โลมาอิรวดีและปลาอีกง บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง ตัวนาก ที่พบบริเวณโรงไฟฟ้าพระนครใต้ นกเป็ดผีเล็ก ในพื้นที่ กฟผ. แม่เมาะ รวมไปถึงพะยูน นกแก๊ก นกกระจาบทอง ช้างป่า และสัตว์นานาชนิดที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่รอบเขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นหลักฐานว่าพื้นที่ด้านพลังงานสามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศได้อย่างกลมกลืน

ส่งต่อเรื่องเล่าจากธรรมชาติ สู่หัวใจของผู้คน

          ต่อยอดความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ กฟผ. จึงหยิบยกเรื่องราวของความหลากหลายทางชีวภาพมาถ่ายทอด ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงและตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสื่อใกล้ตัวภายในองค์กรอย่างสติกเกอร์ติดลิฟท์ และสื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านของที่ระลึกพรีเมียม อาทิ กระบอกน้ำรักษ์โลก ทั้งนี้เพื่อส่งต่อความตระหนักถึงคุณค่าและความหมายของการอยู่ร่วมกันระหว่างพลังงานและธรรมชาติ ร่วมลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยดูแลโลกของเรา

          เพราะการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้หมายถึงเพียงการปกป้องสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่คือการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทั้งหมดที่เชื่อมโยงทุกชีวิต การพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงการสร้างความมั่นคงทางไฟฟ้า แต่คือการเติบโตที่เดินเคียงข้างธรรมชาติ ทุกครั้งที่เราเห็นนกกลับมาทำรัง โลมาแหวกว่ายในแม่น้ำ ฝูงนากลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน นั่นไม่ใช่เพียงภาพธรรมชาติที่งดงาม หากแต่เป็นเครื่องยืนยันว่า “พลังงาน” และ “ธรรมชาติ” สามารถเติบโตไปบนเส้นทางเดียวกันได้  เพื่อให้ทุกชีวิตยังคงมีพื้นที่ในการดำรงอยู่ และนี่คืออีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมส่งต่อโลกที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป