เชื่อม Smart City ผสานพลังชุมชนขับเคลื่อน “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” สู่อนาคตที่ยั่งยืน
9 September 2026
เมื่อพลังงานคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานจึงต้องเดินควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงไม่ได้มองการดูแลชุมชนเพียงในระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานสำหรับอนาคต เพื่อให้ชุมชนสามารถปรับตัว พึ่งพาตนเอง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมี “แม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City)” จังหวัดลำปาง เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง กฟผ. ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โรงไฟฟ้าและเหมืองมีวันเปลี่ยนผ่าน แต่ชุมชนต้องยืนหยัดได้

แม่เมาะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของภาคเหนือ ทั้งในฐานะแหล่งถ่านหินลิกไนต์ และพื้นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งผลิตพลังงานไฟฟ้าหล่อเลี้ยงทั้งภาคเหนือมาอย่างยาวนาน แต่ในอนาคตเมื่อเหมืองถ่านหินปิดตัวลง พร้อมกับโรงไฟฟ้าแม่เมาะหมดอายุการใช้งาน การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจ อาชีพ และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น กฟผ. จึงร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่ายในการพัฒนา “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” โดยมองการณ์ไกลไปถึงวันที่บริบทของพื้นที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และวางรากฐานให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาวผ่าน 3 มิติหลัก

- Smart Energy – พลังงานอัจฉริยะ มุ่งเน้นการส่งเสริมการบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการส่งเสริมทักษะด้านพลังงานสะอาด เพื่อเตรียมชุมชนให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

- Smart Environment – สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีและระบบข้อมูลมาใช้ในการติดตามและบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่และเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

- Smart Economy – เศรษฐกิจอัจฉริยะ ที่ช่วยยกระดับและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับคนในพื้นที่ ทั้งการพัฒนาสินค้าด้านการเกษตร การส่งเสริมอาชีพ และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เพื่อสร้างรายได้ เพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพ และส่งเสริมศักยภาพของพื้นที่แม่เมาะ


มุ่งสู่ต้นแบบเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ


หัวใจสำคัญของการพัฒนา “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้งเท่านั้น แต่คือการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างศักยภาพให้ชุมชนสามารถดูแลพื้นที่ สร้างรายได้ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ด้วยตนเอง จนนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเป็น “เมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” ผ่านการส่งเสริมพลังงานสะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กในพื้นที่ อ.แม่เมาะ 6 แห่ง ภายใต้โครงการคาร์บอนเครดิตแบบควบรวม (Bundling Project) ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ว่าสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 99 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นต้นแบบเมืองเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่เติบโตควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการดำเนินงานโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ สะท้อนได้จากรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Awards) ประจำปี 2568 สาขาการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งพิสูจน์ได้ถึงพลังความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน


ขยายผลพลังขับเคลื่อนชุมชน
การเรียนรู้และถอดบทเรียนจากแม่เมาะโมเดลนี้ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ที่อำเภอแม่เมาะ แต่ยังนำองค์ความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปขยายผลต่อยอดไปยังพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง รวมถึงมีการประยุกต์ใช้กับชุมชนรอบโรงไฟฟ้าแห่งอื่น ๆ ด้วย
จากการพัฒนาในวันนี้ จึงไม่ได้มุ่งเพียงให้ “ชุมชนอยู่ร่วมกับโรงไฟฟ้า” ได้เท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อเตรียมความพร้อมให้ชุมชนสามารถยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้ แม้ว่าบริบทด้านพลังงานจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะสำหรับ กฟผ. แล้ว ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ได้สิ้นสุดลง เพียงแค่การส่งมอบพลังงานไฟฟ้า แต่คือการส่งมอบอนาคตและความยั่งยืนให้กับผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
