Bridging The Next Energy Era: กฟผ. กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานอย่างยั่งยืน โดย ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
21 September 2026
ภาคพลังงานของโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังพลิกโฉมรูปแบบการใช้พลังงาน ทำให้ความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันอย่างสมดุล การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแหล่งพลังงานหรือการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่เป็นการออกแบบระบบพลังงานแห่งอนาคตที่สามารถตอบสนองต่อทุกมิติของการพัฒนา ทั้งด้านความมั่นคง ความสามารถในการเข้าถึง และความยั่งยืน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านไม่ได้วัดจากปริมาณพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว หากแต่วัดจากความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุน ว่าระบบพลังงานยังคงมีเสถียรภาพ รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง และมีต้นทุนที่เหมาะสมตลอดเส้นทางของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นภารกิจที่ไม่มีประเทศใดสามารถขับเคลื่อนได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
Bridging The Next Energy Era: พันธกิจเพื่ออนาคตที่มั่นคง
สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การเดินหน้าสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ควรแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า หรือภาระต้นทุนที่สูงเกินไป และนี่คือที่มาของแนวคิด “Bridging The Next Energy Era” เพื่อเชื่อมโยงความมั่นคงพลังงานในปัจจุบันไปสู่ระบบพลังงานแห่งอนาคต ซึ่งสะท้อนบทบาทของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะผู้ดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคง การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างมั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน
เสถียรภาพและโครงข่ายเชื่อมโยงระดับภูมิภาค
ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการเป็นพลังงานหลักที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้มีความทันสมัยและยืดหยุ่น ผ่าน Grid Modernization เพื่อรองรับสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกัน โลกพลังงานในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ภายในพรมแดนของแต่ละประเทศอีกต่อไป การเชื่อมโยงความร่วมมือด้านพลังงานในระดับภูมิภาคจึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงร่วมกัน โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศ สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ (LTMS-PIP) คือตัวอย่างสำคัญของการสร้างระบบพลังงานที่เชื่อมโยงถึงกัน และนับเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อน ASEAN Power Grid ที่ช่วยให้พลังงานสะอาดสามารถส่งผ่านข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

Multi-Pathway Approach ไม่มีสูตรสำเร็จเดียวสำหรับอนาคต
กฟผ. ยังเดินหน้าศึกษาและพัฒนานวัตกรรมพลังงานคาร์บอนต่ำผ่านแนวทางการพัฒนาที่หลากหลาย (Multi-Pathway Approach) เพราะเชื่อว่าไม่มีเทคโนโลยีใดเพียงอย่างเดียวที่จะสามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มีความซับซ้อนในทุกมิติ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องอาศัยทางเลือกที่หลากหลายและเสริมกันอย่างเป็นระบบ
- Hydrogen การศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนซึ่งมีศักยภาพในการเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคต
- Small Modular Reactor (SMR): การศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เพื่อเป็นแหล่งพลังงานฐานที่มีเสถียรภาพสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ
นี่คือแนวทางการเตรียมความพร้อมของประเทศต่อพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions อย่างเป็นรูปธรรม

พลังงานคือรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังต้องสอดรับกับการก้าวกระโดดสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าที่มีความมั่นคง มีคุณภาพ และเพียงพอ การพัฒนาระบบไฟฟ้าให้พร้อมรองรับความต้องการเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงภารกิจด้านพลังงาน แต่คือการวางรากฐานสำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก

เวทีแห่งความร่วมมือที่ Gastech 2026
งาน Gastech 2026 จึงเป็นมากกว่างานแสดงเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก หากแต่เป็นเวทีแห่งความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมอง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของระบบพลังงานในอนาคต เพราะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจะประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเชื่อมโยงความร่วมมือ ความไว้วางใจ และวิสัยทัศน์ร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืนสำหรับทุกคน
