เกี่ยวกับ กฟผ.
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิต จัดให้ได้มา และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ใช้ไฟฟ้าตามกฎหมายกำหนดและประเทศใกล้เคียง พร้อมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการไฟฟ้าภายใต้กรอบพระราชบัญญัติ กฟผ.
ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าในธุรกิจใหญ่

การผลิตไฟฟ้า
กฟผ. ผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งตั้งอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศรวมจำนวนทั้งสิ้น 54 แห่ง มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 16,261.02 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าหลายประเภท ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 3 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 6 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (พลังน้ำ) 30 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ (ลม แสงอาทิตย์ และความร้อนใต้พิภพ) 10 แห่ง โรงไฟฟ้าดีเซล 4 แห่ง และโรงไฟฟ้าอื่น ๆ (โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ) 1 แห่ง

การรับซื้อไฟฟ้า
นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แล้ว กฟผ. ยังรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ 13 ราย รวมกำลังผลิต 19,598.50 เมกะวัตต์ และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก รวมกำลังผลิต 9,319.88 เมกะวัตต์ รวมทั้งรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สปป.ลาว และมาเลเซีย รวมกำลังผลิต 6,234.90 เมกะวัตต์

การส่งไฟฟ้า
กฟผ. ดำเนินการจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. และที่รับซื้อจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นผ่านระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ที่ระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์ 230 กิโลโวลต์ 132 กิโลโวลต์ 115 กิโลโวลต์ และ 69 กิโลโวลต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่รับซื้อโดยตรงจาก กฟผ. กฟน. และ กฟภ. ซึ่งนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในประเทศต่อไป นอกจากนี้ กฟผ. ยังจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ได้แก่ สปป.ลาว ด้วยระบบส่งไฟฟ้าแรงดัน 115 กิโลโวลต์ และ 22 กิโลโวลต์ และประเทศมาเลเซีย ด้วยระบบไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรง (HVDC) 300 กิโลโวลต์
ธุรกิจอื่นๆ
ธุรกิจเกี่ยวเนื่องของ กฟผ.
ในปี 2567 กฟผ. ได้ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สร้างรายได้เพิ่มจากความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้ากว่า 50 ปี จึงสามารถให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าอย่างมีคุณภาพและครบวงจร จนได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ โดยให้บริการด้านธุรกิจ 2 กลุ่มหลักคือ
- ธุรกิจโรงไฟฟ้าและระบบส่ง ได้แก่ งานวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่ง งานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า งานบำรุงรักษาระบบส่งแก่กลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) และงานบริการด้านธุรกิจโทรคมนาคม
- ธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน ได้แก่ นวัตกรรมวัตถุพลอยได้จากการผลิตไฟฟ้า โซลูชันพลังงานไฟฟ้า และโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า

ธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่ง
กฟผ. มีความชำนาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่กระบวนการการนำเสนอแนวคิดไปจนสู่การจ่ายไฟฟ้าและขนานโรงไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่กระบวนการนำเสนอแนวคิดไปจนถึงการจ่ายไฟฟ้าและขนานโรงไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ รวมถึงกระบวนการศึกษาความเหมาะสม การคัดเลือกผู้รับเหมา งานวิศวกรรม การบริหารจัดการโครงการ การทดสอบและตรวจรับโรงไฟฟ้าให้แก่โรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงให้บริการงานวิศวกรรมที่ปรึกษาแก่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) งานที่ปรึกษาทางเทคนิคโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว งานที่ปรึกษาทางเทคนิคสำหรับควบรวมกิจการหรือเข้าซื้อกิจการ งานที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และข้อตกลงการเชื่อมต่อ (CA) แก่บริษัทในต่างประเทศ และงานศึกษาเฉพาะทางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการผลิตไฟฟ้า

ธุรกิจเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า
กฟผ. มีความชำนาญในการให้บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างครบวงจร ด้วยบุคลากรมืออาชีพที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน การใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการทำงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งครอบคลุมทั้งงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาประจำโรงไฟฟ้า (Operation and Routine Maintenance) และงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (Maintenance) แก่โรงไฟฟ้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้ต่อสัญญางานเดินเครื่องและบำรุงรักษาแก่โรงไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศที่ได้หมดสัญญาไป เช่น สปป.ลาว และเวียดนาม อีกทั้งลงนามบันทึกความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่าง ๆ และจัดกิจกรรมทางการตลาดให้กับกลุ่มลูกค้า เพื่อแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กฟผ. ยังพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อขยายขีดความสามารถการให้บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกแห่งอนาคต

ธุรกิจบำรุงรักษาระบบส่ง
กฟผ. ให้บริการงานให้คำปรึกษาทางวิชาการกับโรงไฟฟ้าที่จะเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าใหม่ และโรงไฟฟ้าที่ปรับปรุงระบบเชื่อมโยง ตลอดจนงานบำรุงรักษาอุปกรณ์สายส่งไฟฟ้าแรงสูงตามวาระ อุปกรณ์ระบบไฟฟ้าแรงสูงภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูง และอุปกรณ์ระบบสื่อสารและป้องกันของโรงไฟฟ้าเอกชน งานให้บริการเก็บและทดสอบน้ำมันหม้อแปลงให้กลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้า กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงงานบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน งานบำรุงรักษาเชิงแก้ไขและปรับปรุง

ธุรกิจโทรคมนาคม
กฟผ. ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ผ่านเส้นใยแก้วนำแสงที่มีอยู่ในระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง โดยได้รับใบอนุุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 และการให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Private Leased Circuit: IPLC) จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โครงข่ายใยแก้วนำแสงของ กฟผ. ครอบคลุมมากกว่า 22,000 กิโลเมตรทั่วประเทศ ผ่านสถานีไฟฟ้าแรงสูงมากกว่า 260 สถานี และติดตั้งบนสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เส้นใยแก้วนำแสงห่อหุ้มด้วยเหล็กและอะลูมิเนียมในสายดิน (OPGW) ที่มีความมั่นคงสูง โดยมีบริการต่าง ๆ ได้แก่ บริการเส้นใยแก้วนำแสง (Dark Fiber) บริการวงจรช่องสัญญาณโทรคมนาคม (Domestic and International Bandwidth) และบริการวงจร IP MPLS (Internet Protocol Multiprotocol Label Switching) แก่หน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน กฟผ. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ในการขยายโครงข่าย 5G IoT (Internet of Things) และโครงข่ายพื้นฐานโทรคมนาคมอื่น ๆ ในอนาคต ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินนโยบาย Digital Economy ของภาครัฐ ในการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่าย เช่น Internet of Things (IoT), Internet Data Center (IDC), Big Data Analytics, การประมวลผลแบบ Cloud Edge ภายใต้รูปแบบ Digital Platform และ 5G ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เป็นต้น

ธุรกิจนวัตกรรมวัตถุพลอยได้
กฟผ. ได้ดำเนินการธุรกิจนวัตกรรมวัตถุพลอยได้ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน กฟผ. เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่องค์การนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Organization) เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด และมุ่งสู่การนำของเสียไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ ผ่านการนำวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะมาพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ ได้แก่ เถ้าลอยลิกไนต์ทดแทนปูนซีเมนต์ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ประมาณ 690,000 เมตริกตันต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 57 ล้านต้น รวมทั้งยิปซัมสังเคราะห์ซึ่งใช้ผลิตซีเมนต์ ไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้เทียม และนำไปใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดิน นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ฮิวมิค (Humic) วัตถุพลอยได้จากการทำเหมืองแม่เมาะซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มสารอาหารให้ดิน ลดค่าใช้จ่าย และสร้างความยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม
กฟผ. ยังมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำวัตถุพลอยได้จากการผลิตไฟฟ้าไปเป็นผลิตภัณฑ์ โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ และผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปี 2567 มี 3 โครงการ ได้แก่
1. การศึกษาคุณสมบัติของคอนกรีตที่ผสมเถ้าลอยที่มีปริมาณ CaO สูงมากและเถ้าลอยปนเปื้อนแอมโมเนีย และการหาขอบเขตปริมาณ Free Lime และ SO3 สูงสุดในคอนกรีต
2. การพัฒนานวัตกรรมแผ่นฝ้ายิปซัมลดมลพิษในอากาศจากเอฟจีดียิปซัม
3. การพัฒนาวัสดุฉนวนจีโอพอลิเมอร์พรุนเพื่อทดแทนฉนวนกันความร้อนและฉนวนกันเสียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากการสังเคราะห์เถ้าลอยและกากผงสี

ธุรกิจโซลูชันพลังงานไฟฟ้า (EGAT Smart Energy Solutions)
ธุรกิจโซลูชันพลังงานไฟฟ้ามุ่งเน้นการต่อยอดความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานมากกว่า 50 ปี นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมในทุกด้านของการบริหารจัดการพลังงาน ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง การดูแล และการบำรุงรักษา โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage System) รวมถึงประยุกต์การใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและสังคมไทย
กฟผ. ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เช่น ร่วมกับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการ EGAT Smart Energy Solutions ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบการบริหารจัดการพลังงาน ณ สวนสัตว์เชียงใหม่ มุ่งเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ธนาคารออมสินจำนวน 100 สาขาทั่วประเทศ
นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ลงนามความร่วมมือด้านการส่งเสริม Smart Energy Solutions โดยมุ่งเน้นให้ความรู้และสนับสนุนด้านการเงินแก่ภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุน สำหรับด้านการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด กฟผ. จัดกิจกรรมบรรยาย “Sustainable Industrial Future” ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรม

ธุรกิจโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า (EGAT EV Business Solutions)
ธุรกิจโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าดำเนินการตามยุทธศาสตร์การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเน้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งและครอบคลุมให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศแบบครบวงจร กฟผ. สนับสนุนและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Infrastructure) ผ่านการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า การให้บริการแอปพลิเคชันยานยนต์ไฟฟ้า และระบบบริหารจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า
ในปี 2567 ธุรกิจโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า ได้พัฒนาและส่งมอบบริการ ดังนี้
1. ขยายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า “EleX by EGAT” ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 289 สถานี ทั้งที่ กฟผ. ดำเนินการเอง และร่วมกับพันธมิตร เช่น สถานีให้บริการน้ำมัน PT เครือสหพัฒน์ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด อาคารสาธรธานี และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
2. ให้บริการแอปพลิเคชัน “EleXA” ซึ่งเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในการค้นหาและจองใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้า การสั่งชาร์จ และการชำระเงินค่าบริการ รวมถึงให้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น Trip Planner และเชื่อมโยงโครงข่ายแอปพลิเคชันร่วมกับ MEA EV (MEA), PEA VOLTA (PEA), EV Station PluZ (OR), EA Anywhere และ GWM รวมถึงเชื่อมโยงโครงข่ายการชำระเงินข้ามแพลตฟอร์มร่วมกับ MEA EV (MEA) และ PEA VOLTA (PEA)
3. ให้บริการระบบบริหารจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า “BackEN EV” ซึ่งเป็นระบบที่สนับสนุนภาคเอกชนและนักลงทุนในการเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้สามารถดำเนินการและดูแลสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยระบบ “BackEN EV” รองรับการบริหารจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า การสั่งชาร์จ และการรับชำระเงิน มีกลุ่มลูกค้าหลักรวมประมาณ 100 ราย เช่น โรงแรม อพาร์ตเมนต์ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ
4. ให้บริการครบวงจร (EGAT EV Total Solution) ซึ่งประกอบด้วยการให้บริการสำรวจพื้นที่ ให้คำปรึกษา ออกแบบวางผัง ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า บริหารจัดการสถานี และให้บริการ Customer Service แก่ลูกค้าผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
การดำเนินงานของบริษัทในกลุ่ม กฟผ.
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีบริษัทในกลุ่ม กฟผ.จำนวน 8 บริษัท
สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทในกลุ่ม กฟผ.
| ชื่อบริษัท | ชื่อย่อ | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | สัดส่วนการถือหุ้น (ร้อยละ) | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) | RATCH | 22,192.3 | 45 | บริษัทย่อย |
| บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด | EGATi | 12,197.4 | 99.99 | บริษัทย่อย |
| บริษัท อีแกท ไดมอนด์ เซอร์วิส จำกัด | EDS | 623 | 45 | บริษัทย่อย |
| บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) | EGCO | 5,300 | 25.41 | บริษัทร่วม |
| บริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัด | DCAP | 1,670 | 35 | กิจการร่วมค้า |
| บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด | INNOPOWER | 1,900 | 40 | กิจการร่วมค้า |
| บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด | InnoSpace | 835.01 | 11.98 | เงินลงทุน |
| บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด | PE LNG | 28,779.29 | 50 | กิจการร่วมค้า |
ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 11 เม.ย. 2568
