จากวิกฤตราคาพลังงาน สู่โครงสร้างไฟฟ้าแห่งอนาคต ทำไมไทยต้องมี SMR

20 March 2026

          ในวันที่อุณหภูมิโลกพุ่งสูงและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป ประเทศไทยได้ประกาศความมุ่งมั่นในเวทีโลกอย่าง COP30 ณ ประเทศบราซิล เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านพลังงานที่เราเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น บทเรียนวิกฤติราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนถึงการสู้รบในตะวันออกกลางในปัจจุบัน กลายเป็น “โจทย์ซ้อนโจทย์” ให้ตระหนักว่า “เชื้อเพลิง” คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในสมการความมั่นคงพลังงาน โรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) จึงได้ถูกผลักดันและบรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งไม่ได้มองว่าเป็นเพียงแค่พลังงานทางเลือกใหม่ แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการวางรากฐานระบบไฟฟ้าที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และช่วยสร้างเสถียรภาพเพื่ออนาคตพลังงานไทยที่ยั่งยืน

          “โครงการสร้างความเข้าใจด้านการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า SMR กับพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ” โดยความร่วมมือของกองส่งเสริมและพัฒนาพลังงานภูมิภาค กระทรวงพลังงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงจัดขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพลังงานจังหวัดทั้ง 4 ภาค ซึ่งเป็นบุคลากรด้านพลังงานที่ใกล้ชิดชุมชนมากที่สุด และยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองทั้งด้านนโยบาย ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน การสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนความท้าทายที่ประเทศไทยต้องก้าวผ่าน หากจะผลักดันโรงไฟฟ้า SMR ในประเทศไทย

SMR คือการออกแบบอนาคตพลังงานไทยที่ยั่งยืน

          นายกัมปนาท ซิลวา นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ได้กล่าวในเวทีเสวนาหัวข้อ “SMR เทคโนโลยีใหม่ อนาคตพลังงานไทย” โดยชี้ให้เห็นว่า SMR ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการออกแบบโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลกและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นทุกปี โดย SMR สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นแหล่งพลังงานฐานที่ช่วยเสริมความเสถียรให้กับระบบไฟฟ้า แตกต่างจากพลังงานหมุนเวียน ด้านต้นทุน SMR ใช้เชื้อเพลิงในปริมาณไม่มาก และมีรอบการเติมเชื้อเพลิงที่ยาว ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนต่ำเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหิน จึงช่วยลดความผันผวนของค่าไฟฟ้าที่มักได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานในตลาดโลก

ยกระดับความปลอดภัย SMR ด้วยโครงสร้างโมดูล และเกราะป้องกัน 3C

          นายสมเจตน์ สุดประเสริฐ ผู้อำนวยการกองกำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ อธิบายว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบเดิม ต้องมีการประกอบชิ้นส่วนจำนวนมากหน้างานและควบคุมคุณภาพได้ยาก ขณะที่โรงไฟฟ้า SMR  จะถูกประกอบเป็นโมดูลเสร็จสมบูรณ์จากโรงงานต้นทาง อุปกรณ์สำคัญถูกรวมไว้ด้วยกันและผ่านการทดสอบโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ตามมาตรฐานสากลและตรวจสอบได้ง่าย จุดเด่นคือช่วยลดเวลาในการก่อสร้างและเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพ อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้า SMR ยังต้องมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จริง และผ่านการอนุญาตด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้โรงไฟฟ้าดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

          ด้วยขนาดกำลังการผลิตที่ไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ สามารถออกแบบระบบความปลอดภัยแบบ Passive ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ แม้ไม่มีไฟฟ้าหรือมนุษย์ควบคุม เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในสถานการณ์ฉุกเฉิน และใช้หลักการความปลอดภัยผ่านแนวคิด “3C” คือ Control ต้องสามารถควบคุมปฏิกิริยาและหยุดเครื่องได้ทันที Cooling มีระบบระบายความร้อนต่อเนื่องเพื่อป้องกันความเสียหายของแกนเชื้อเพลิง และ Containment โครงสร้างกักเก็บที่แข็งแรงป้องกันการรั่วไหล เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล

SMR กับโจทย์ใหญ่ระดับประเทศ

          นายโรจน์ยศ มโหธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า กฟผ. เล่าถึงการเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติว่า โครงการโรงไฟฟ้า SMR ต้องอาศัยการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมถึง 19 ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฟฟ้า การคัดเลือกสถานที่ตั้ง การบริหารจัดการ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แม้ปัจจุบันการพัฒนาโครงการจะอยู่ในระยะเริ่มแรก ซึ่งเป็นช่วงรอนโยบายที่ชัดเจนจากแผน PDP แต่ กฟผ. ได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งการศึกษาเทคโนโลยีและสถานที่ตั้ง ควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency หรือ IAEA) ในการสร้างผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ รวมถึงการลงนาม MOU กับเจ้าของเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อส่งบุคลากรไปฝึกอบรมและสะสมประสบการณ์ ความพร้อมของคนจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญควบคู่กับเทคโนโลยี ความท้าทายของการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า SMR คือ ความชัดเจนและต่อเนื่องของนโยบายระดับชาติ การปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสม การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 19 ด้าน การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการสร้างการยอมรับของประชาชน การจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม และการพัฒนาบุคลากร

          การสร้างความเข้าใจถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่าโครงการโรงไฟฟ้า SMR จะเกิดขึ้นจริงในประเทศไทยได้หรือไม่ เพราะต่อให้เทคโนโลยีดีแค่ไหน หากสังคมยังขาดความเข้าใจและการยอมรับ โครงการก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า SMR จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องควบคู่กับความเข้าใจของประชาชน

          นอกจากการเสวนาแล้ว ยังมีการบรรยายเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน อาทิ เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR โดย รศ.ดร.สมบูรณ์ รัศมี หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  SMR กับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย โดย ดร.ปานทิพย์ อัมพรรัตน์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และการใช้ประโยชน์จากนิวเคลียร์และการจัดการกากกัมมันตรังสี โดย นางสาวกุลธิดา วารีย์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ รวมถึงกิจกรรมเวิร์กชอป เพื่อนำไปใช้พัฒนาการสื่อสารด้านโรงไฟฟ้า SMR อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

          การตัดสินใจเรื่องพลังงานในวันนี้ จะกำหนดความมั่นคงของประเทศไปอีกหลายทศวรรษ และ SMR อาจเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของยุคเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งนี้