เมื่อโลกเปลี่ยน เกมพลังงานก็ต้องเปลี่ยน
27 July 2026
อะไรคือสิ่งที่กำหนดอนาคตของประเทศในศตวรรษที่ 21? คำตอบอาจไม่ใช่เพียงขนาดเศรษฐกิจหรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือ “พลังงาน” ที่สะอาด มั่นคง และแข่งขันได้ พลังงานที่เพียงพออาจสะท้อนถึงความมั่นคงของประเทศ แต่วันนี้ ความมั่นคงเพียงอย่างเดียวไม่อาจตอบโจทย์โลกยุคใหม่ได้อีกต่อไป เพราะในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พลังงานไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยพื้นฐาน หากเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ นักลงทุนไม่ได้พิจารณาเพียงว่าประเทศใดมีไฟฟ้าเพียงพอ แต่ยังให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของไฟฟ้า ความมั่นคงและน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า รวมถึงศักยภาพในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจึงกลายเป็นวาระสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ที่กำลังเร่งสร้างระบบพลังงานไฟฟ้าที่สะอาด เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยกติกาใหม่ของโลกพลังงาน
เกมใหม่ แท็กทีม RE เพื่อระบบไฟฟ้ามั่นคง
ความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว หากคือการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความผันผวนมากขึ้น โดยไม่กระทบต่อการจ่ายไฟ เพราะไม่ว่าไฟฟ้าจะผลิตจากแหล่งพลังงานใดความคาดหวังของผู้ใช้ไฟฟ้ายังคงเดิม คือ “ไฟฟ้าต้องมีใช้ทุกเวลา” การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะผู้ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ได้พัฒนานวัตกรรมพลังงานรวมทั้งนำเทคโนโลยีที่หลากหลายเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความพร้อมรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และมีเสถียรภาพ ในการจ่ายไฟในทุกช่วงเวลาตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar Project) ที่ใช้พื้นที่ผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ เพื่อเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแบตเตอรี่พลังน้ำขนาดใหญ่ ช่วยกักเก็บพลังงานในรูปของพลังน้ำ และปล่อยน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น ช่วงเวลาที่พลังงานหมุนเวียนไม่สามารถลผลิตไฟฟ้าได้ ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง นอกจากนี้ ยังพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน โดยต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของเขื่อนเดิม ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าจากการปล่อยน้ำเพื่อการชลประทานโดยไม่กระทบกับการใช้น้ำของเกษตรกร เพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงเพิ่มเติม สร้างคุณค่าจากโครงสร้างพื้นฐานเดิมของประเทศ เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

กติกาใหม่ ไม่ใช่แค่พอ แต่ไฟฟ้าต้องสะอาด มั่นคง และแข่งขันได้
ระบบไฟฟ้าที่ สะอาด มั่นคง และแข่งขันได้ กำลังกลายเป็นแต้มต่อสำคัญของประเทศในการดึงดูดการลงทุน องค์กรระดับโลกจำนวนมากต่างประกาศเป้าหมาย RE100 ซึ่งมุ่งใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ขณะที่อุตสาหกรรมดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ต่างต้องการไฟฟ้าที่มีความมั่นคงสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งสองด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ นักลงทุน และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค ในวันที่โลกกำลังแข่งขันกันด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน ระบบไฟฟ้าจะไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งพลังงานไปยังผู้ใช้ไฟฟ้า แต่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สนับสนุนคุณภาพชีวิตของประชาชน และเชื่อมโยงประเทศเข้ากับเศรษฐกิจสีเขียวของโลก

การเดินหน้าของ กฟผ. ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั้งการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน และการยกระดับระบบไฟฟ้าให้พร้อมรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในวันนี้ หากคือการสร้างรากฐานของระบบพลังงานที่สะอาด มั่นคง และแข่งขันได้ เพื่อให้ทุกหน่วยของพลังงาน พร้อมรองรับการเติบโตของประเทศไทยในวันข้างหน้าอย่างยั่งยืน
