ไกลแค่ไหนคือใกล้ ‘นิวเคลียร์’ ในชีวิตประจำวันที่เราอาจไม่เคยรู้ (จัก)

20 October 2026

          ช่วงนี้หลายคนอาจได้ยินชื่อ SMR หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR (Small Modular Reactor) บ่อยขึ้น SMR เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังจับตามอง และหลายประเทศอยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยี เพราะ SMR เป็นหนึ่งในตัวเลือกของพลังงานแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องความสะอาดและความมั่นคง ดังนั้นหลายประเทศที่มีแนวทางมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions จึงหันมาให้ความสนใจ ซึ่งประเทศไทยเองก็มีการบรรจุ SMR ไว้ใน ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ ร่างแผน PDP 2026 เรียบร้อยแล้ว เพื่อขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593

          ทว่า เมื่อได้ยินคำว่า ‘นิวเคลียร์’ หลายคน อาจนึกไปถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ในอดีต ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดมหึมาที่ผลิตไฟฟ้าปริมาณมหาศาล ขอให้ทุกคนหยุดนึกภาพจำนั้นไปก่อน เพราะคำว่านิวเคลียร์ ที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องไกลตัวนั้น ความจริงแล้วอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด…

          รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย อธิบายว่า รากศัพท์ของคำว่า นิวเคลียร์ มาจากคำว่า นิวเคลียส คือแกนกลางของสิ่งมีชีวิต หรือแกนกลางของอะตอม ซึ่งเมื่อแกนกลางมีการรวมตัว หรือชนกันก็จะทำให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งมี 2 แบบ คือ การที่แกนกลางมาชนกันที่เรียกว่านิวเคลียร์ฟิชชัน (Nuclear Fission) และ การที่แกนกลางรวมตัวกัน ที่เรียกว่า นิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) ซึ่งทั้งสองแบบล้วนทำให้เกิดพลังงาน ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

          “ปัจจุบันเรานำนิวเคลียร์มาใช้งานในหลายด้าน ทั้งการแพทย์ สิ่งแวดล้อม การเกษตร ฯลฯ เพียงแต่ว่าเราหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่านั่นคือนิวเคลียร์เท่านั้นเอง อย่างทางด้านการแพทย์นั้น สิ่งที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันที่สุดก็คือ การเอกซเรย์ หรืออย่างการทำ CT Scan เพื่อประโยชน์ด้านการตรวจวินิจฉัยโรคในร่างกาย หรือการให้คีโมเพื่อการรักษาโรค การฉายรังสี ก็คือการใช้นิวเคลียร์ หรือเครื่องเอกซเรย์ที่ติดตั้งตามสถานที่สำคัญ อย่างสนามบินที่ใช้ในการแสกนกระเป๋าเพื่อความปลอดภัยที่หลายคนคุ้นเคยแต่อาจจะไม่รู้ว่าคือเทคโนโลยีนิวเคลียร์เท่านั้นเอง” รศ.ดร.เจษฎา กล่าว

          ด้านการเกษตร ก็มีการใช้นิวเคลียร์มานานมากแล้ว โดยการนำไปใช้ทำให้พืชเกิดการกลายพันธุ์ หรือการพัฒนาพันธุ์พืช เช่น การนำเมล็ดข้าวมาฉายรังสี เพื่อทำให้รหัสพันธุกรรมหรือ DNA เปลี่ยนแปลงไป ผลที่ได้รับก็ทำให้พืชสามารถทนแล้งได้มากขึ้น สังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น ให้ผลผลิตที่มากขึ้น หรือ การนำเหง้าบัว มาฉายรังสี ส่งผลให้เกิดบัวสีสันแปลกตาออกมา ขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ การทำให้สัตว์บางชนิดเป็นหมันเพื่อแก้ปัญหาการทำลายผลผลิตทางการเกษตร เช่น แมลงวันทอง ที่เป็นสัตว์ที่ทำลายพืชผลทางการเกษตร จึงมีการนำดักแด้มาฉายรังสีให้เป็นหมันแล้วปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งจะไปแย่งผสมพันธุ์กับแมลงวันทองทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือจำนวนแมลงวันทองมีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ เป็นต้น ไม่เท่านั้นเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยังสามารถนำไปใช้ตรวจสอบสารพิษได้ เช่น การใช้สารรังสีเพื่อตรวจสอบควันของโรงกำจัดขยะ ว่ามีมลพิษปนเปื้อนออกมาหรือไม่ ก็ช่วยให้การตรวจสอบได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น

          อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนเคยเห็นแต่อาจจะไม่มั่นใจก็คืออาหารที่ผ่านการฉายรังสี ข้อเท็จจริงคือเป็นการฉายรังสีให้ทะลุอาหารไป มีประโยชน์ในด้านการฆ่าเชื้อโรค จุลินทรีย์ สปอร์ พยาธิ โดยที่ไม่เสียคุณค่าทางอาหารและอาหารไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง ในบางกรณีเป็นการฉายรังสีเพื่อถนอมอาหาร ช่วยยืดระยะเวลาการเก็บรักษาได้อีกด้วย ซึ่งอาหารที่ผ่านการฉายรังสีไม่มีอันตราย ไม่มีสารหรือสิ่งใดใดตกค้าง มีหน่วยงานคอยกำกับดูการใช้ ทำให้ปลอดภัยและไม่มีอันตราย สามารถรับประทานได้ตามปกติ

เรือรบพลังงานนิวเคลียร์ ตัวอย่างการใช้งานจริง

          หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวคราวที่ว่าเรือรบจากประเทศสหรัฐอเมริกา 2 ลำ เข้ามาจอดเทียบท่าในประเทศไทยเพื่อให้นายทหารได้ขึ้นฝั่งมาพักผ่อนและท่องเที่ยว คือ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ซึ่งจอดเทียบท่าในระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 ที่จังหวัดชลบุรี และ เรือ USS George H.W. Bush (CVN-77) ซึ่งจอดเทียบท่าในระหว่างวันที่ 4-9 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเรือของกองทัพเรือสหรัฐ ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการขับเคลื่อน โดยติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่น Westinghouse A4W ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบอัดน้ำความดัน โดยใช้ความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำไปขับเคลื่อนกังหัน ส่งผลให้เรือสามารถแล่นได้ประมาณ 20 – 25 ปี โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง และยังสามารถผลิตไฟฟ้าเพียงพอสำหรับคนจำนวนประมาณ 5,000 คน ใช้งานได้อย่างเพียงพอ ซึ่งเครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวมีระบบความปลอดภัยที่เป็นระบบวงจรปิด ไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกสู่ภายนอก

          เมื่อเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่เราอาจจะเคยคิดว่าไกลตัว มาอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คาดคิด แถมยังได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยว่า มีความปลอดภัย สามารถควบคุมได้ในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างโรงไฟฟ้า ที่เราอาจคุ้นเคย จึงไม่แปลกที่จะถูกย่อขนาดลงมาให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ สู่ SMR หนึ่งในตัวเลือกด้านพลังงานสะอาด ซึ่ง กฟผ. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าถือเป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจให้นำร่อง 300 เมกะวัตต์แรกเข้าสู่ระบบในช่วงปลายแผนหรือปี พ.ศ. 2580 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมผลักดันไทยสู่เป้าหมาย Net Zero