LANDMOS “สัญญาณเตือนแผ่นดินสไลด์” นวัตกรรมฝีมือคนไทย ลดความเสี่ยงเสริมความปลอดภัย

          นวัตกรรม คำสั้นๆ แต่ทรงพลัง เพราะคือหัวใจสำคัญ ในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและแก้ปัญหาในการทำงานได้อย่างตรงจุด รวมทั้งสร้างการเติบโตให้กับองค์การได้อย่างยั่งยืน หลายองค์การจึงให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรม เพราะเข้าใจดีว่าการเป็นเจ้าของเทคโนโลยีนั้นจะสร้างประโยชน์ให้กับองค์การได้มหาศาลเพียงใด LANDMOS คือ หนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยให้การทำเหมืองถ่านหินมีความปลอดภัย เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมของคนไทยสามารถตอบโจทย์ภารกิจ และที่สำคัญที่สุดคือช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนทำงาน

เบื้องหลังความเสี่ยงระดับวินาที ในเหมืองขนาดใหญ่

          กว่า 40 ปีที่เหมืองแม่เมาะ ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงาน ขุดเจาะถ่านหินลิกไนต์เพื่อผลิตไฟฟ้าต้นทุนต่ำหล่อเลี้ยงประเทศไทย เบื้องหลังภารกิจความมั่นคงทางพลังงานนี้ มีความท้าทายทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ ทุก ๆ วัน ดินที่ถูกขุดจากการเปิดหน้าดินสำหรับการทำเหมืองจำนวนมาก จะนำมากองรวมกันบริเวณที่ทิ้งดินที่จัดเตรียมไว้ ภายใต้กองดินเหล่านั้น ชั้นดินมีการเคลื่อนตัวและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา “ดินสไลด์” จึงนับเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาทุกวินาที เพราะอาจหมายถึงอันตรายต่อชีวิตของผู้ปฏิบัติงานและทรัพย์สินขององค์การ

          ในอดีตการติดตามและเฝ้าระวังความเสี่ยงดินสไลด์ ต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รังวัดตามจุดต่าง ๆ มากกว่า 100 จุดทั่วเหมือง ใช้เวลานาน ใช้ทรัพยากรมาก แต่ก็ยังไม่สามารถติดตามการเคลื่อนตัวได้อย่างทันท่วงที บางพื้นที่มีความเสี่ยงสูงจนเข้าถึงได้ยาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) พัฒนา LANDMOS (Land Monitoring System) ระบบเฝ้าติดตามแผ่นดินถล่มบริเวณเหมืองเปิดถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะ เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น

แม่นยำระดับมิลลิเมตร รังวัด 24 ชั่วโมงครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง พร้อมระบบแจ้งเตือนทันที

          LANDMOS ทำงานด้วยเทคโนโลยีรังวัดพิกัดด้วยดาวเทียมกำหนดตำแหน่งบนพื้นที่โลกแบบจลน์(Real-time Kinematic: RTK) สามารถตรวจจับการเคลื่อนตัวของดินได้ทั้งแนวราบและแนวดิ่งตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความละเอียดระดับเซนติเมตร ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลแบบเรียลไทม์ บน Web Application และเมื่อพบความผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน Telegram และอีเมลทันที ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ ประเมินสถานการณ์ และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน กฟผ. ได้ติดตั้ง LANDMOS แล้วกว่า 60 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงในเหมืองแม่เมาะ ทำให้สามารถเฝ้าระวังได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่อันตราย

เปลี่ยนเหตุการณ์ดินสไลด์ที่ไม่คาดคิด ให้บริหารจัดการได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงไร้ผู้บาดเจ็บ

          ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ระบบได้ตรวจพบพฤติกรรมการเคลื่อนตัวที่ผิดปกติของมวลดินในพื้นที่ทิ้งดินของเหมืองแม่เมาะ โดยข้อมูลชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปสู่การสไลด์ตัว สัญญาณเตือนนี้ทำให้มีการสั่งเคลื่อนย้ายผู้ปฏิบัติงานและเครื่องจักรขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที หลังจากนั้นอีก 5 วัน พบว่า พฤติกรรมการเคลื่อนตัวของมวลดินได้พัฒนาไปสู่การสไลด์ตัวในบริเวณดังกล่าว ตามการคาดการณ์ของระบบ แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความเสียหายให้กับสายพานลำเลียงดิน แต่สิ่งที่สำคัญคือ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต LANDMOS จึงไม่ใช่เพียงแค่ระบบตรวจวัด แต่คือเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนเหตุการณ์ไม่คาดคิด ให้กลายเป็นสถานการณ์ที่บริหารจัดการได้ทันท่วงที

          วันนี้ กฟผ. ได้ขยายการใช้งาน LANDMOS ไปยังพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอ่างพักน้ำตอนบนของเขายายเที่ยง โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา และการติดตามความมั่นคงของแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเสริมความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ

จากประสบการณ์จริงในเหมืองแม่เมาะ สู่ระบบโครงสร้างพื้นที่ฐานที่ดียิ่งขึ้น

          LANDMOS ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยประสบการณ์จากการใช้งานจริงมาประยุกต์จนเป็น LANDMOS รุ่นที่ 3 ที่รวมอุปกรณ์ไว้ในแผงวงจรเดียว ขนาดกะทัดรัดกว่า แข็งแรงกว่า และติดตั้งง่าย รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ให้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น นอกจากนี้ได้พัฒนา Web Application เพื่อให้ใช้งานง่าย ลดความซับซ้อน ทำให้ระบบฐานข้อมูลมีความเสถียร รองรับการใช้งานจำนวนมาก และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทุกพื้นที่ไว้ในที่เดียว ช่วยให้สามารถติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล และบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม ล่าสุด กฟผ. ได้ติดตั้ง LANDMOS รุ่นที่ 3 เพิ่มเติมอีก 20 เครื่องในพื้นที่เสี่ยงของเหมืองแม่เมาะ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวังให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ LANDMOS ยังได้รับการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้วเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

พัฒนาสู่การให้บริการเชิงธุรกิจ

          จากความสำเร็จในสนามจริง กฟผ. ได้ต่อยอด LANDMOS สู่การให้บริการเชิงธุรกิจในปี 2569 โดยรับงานซื้อขาย บริการติดตั้งและบำรุงรักษา LANDMOS จำนวน 12 เครื่อง พร้อมสิทธิ์การใช้งาน Web Application และดูแลบำรุงรักษาระบบหลังการขายเป็นระยะเวลา 3 ปี ให้กับบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด (Hongsa Power Company Limited: HPC) เพื่อใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นโครงการเหมืองถ่านหินผลิตไฟฟ้าเช่นเดียวกับเหมืองแม่เมาะ นับเป็นก้าวสำคัญของการนำ “นวัตกรรมไทย” สู่การใช้งานในระดับภูมิภาค

          LANDMOS จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการเรียนรู้และการต่อยอดองค์ความรู้จากคนทำงานจริง ที่ร่วมกันพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การทำงานขององค์การ เหนืออื่นใดคือการตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า นวัตกรรมคือพลังขับเคลื่อนหลักที่จะนำพาประเทศพัฒนาได้อย่างยั่งยืนด้วยมันสมองและสองมือของคนไทยอย่างแท้จริง