เปิดเส้นทาง ทางหลวงพลังงานสายหลัก รองรับไฟฟ้าสะอาดอย่างยั่งยืน
27 October 2026
ลองจินตนาการถึงทางหลวงสายหลักที่เชื่อมโยงภูมิภาคเข้าสู่ใจกลางเมือง ยิ่งเมืองเติบโต การเดินทางข้ามภูมิภาคก็มีเพิ่มมากขึ้น ถนนสายนี้จึงต้องขยายให้กว้างขึ้น พร้อมระบบการจราจรที่ทันสมัย ในโลกของพลังงานก็เช่นกัน ปัจจุบันความต้องการพลังงานสะอาดเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง ขณะที่ใจกลางเมืองอย่างกรุงเทพมหานครและภาคกลางมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว “ระบบส่งไฟฟ้า” ในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงานจึงไม่ใช่เพียงเส้นทางส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าจากแหล่งผลิตไปสู่ผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ต้องเป็น “ทางหลวงพลังงานสายหลัก” ที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความผันผวนจากพลังงานหมุนเวียน ส่งพลังงานข้ามภูมิภาคไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการได้อย่างมั่นคง เพียงพอ และมีเสถียรภาพ
นี่คือปัจจัยเริ่มต้นสู่ภารกิจสำคัญของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผ่านโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า (Transmission System Improvement Project in Northeastern, Lower Northern, Central Regions and Bangkok Area to Enhance System Security) หรือ TIEC ระยะที่ 3.1 ซึ่งจะปลดล็อกศักยภาพระบบส่งไฟฟ้า และขับเคลื่อนไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ

ปลดล็อกคอขวด เชื่อมพลังงานสะอาดจาก “แหล่งผลิต” สู่ “ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า”
เมื่อระบบไฟฟ้าในอนาคตไม่ได้พึ่งพาหรือจำกัดเพียงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่จะมีแหล่งผลิตขนาดเล็กที่กระจายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่างที่มีศักยภาพสูงทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และลม ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของ กฟผ. คือการนำพาพลังงานสะอาดเหล่านี้เดินทางข้ามภูมิภาคเข้าสู่พื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง
โครงการ TIEC 3.1 เป็นการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีแนวสายส่งครอบคลุมหลายภูมิภาค รองรับการเชื่อมต่อแหล่งผลิตพลังงานหรือโรงไฟฟ้า รวมถึงการรับซื้อไฟฟ้าสะอาดจากประเทศเพื่อนบ้าน เสริมความมั่นคงพลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งพลังงานไปยังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าอย่างภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ ไม่เกิดปัญหาสายส่งแออัดหรือคอขวด
ยกระดับแรงดันสูงสุด “500 kV” ส่งไฟฟ้าไกลข้ามภูมิภาค
โครงการ TIEC 3.1 ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งไฟฟ้าปริมาณมหาศาลในระยะทางไกล โดยลดการสูญเสียพลังงานในระบบให้น้อยที่สุด หัวใจสำคัญของ TIEC 3.1 คือการเพิ่มขีดความสามารถของระบบส่งไฟฟ้าด้วยการก่อสร้างและปรับสายส่งระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์ (kV) และ 230 kV รวมระยะทางร่วมหลายร้อยกิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงการส่งผ่านพลังงานอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย
การก่อสร้างสายส่ง 500 kV ชัยภูมิ 2 – นครราชสีมา 4 ระยะทาง 150 กิโลเมตร สายส่ง 230 kV นครราชสีมา 4 – นครราชสีมา 3 ระยะทาง 3 กิโลเมตร สายส่ง 500 kV นครราชสีมา 3 – วังน้อย ระยะทาง 220 กิโลเมตร ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบในภาคกลาง และการปรับปรุงสายส่ง 500 kV วังน้อย – หนองจอก ระยะทาง 53 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อไปยังเขตนครหลวง การก่อสร้างโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่นี้จะนำพลังงานไฟฟ้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตรงเข้าสู่ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

เติมความยืดหยุ่นให้ระบบด้วยเทคโนโลยีควบคุมแรงดัน STATCOM
พลังงานหมุนเวียนมีความผันผวนตามสภาพอากาศ วันไหนแดดน้อยหรือลมพัดเบาลง กำลังการผลิตไฟฟ้าอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การพัฒนาโครงการ TIEC 3.1 ไม่ได้มีเพียงการก่อสร้างและปรับปรุงสายส่งไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการก่อสร้างและขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูง (สฟ.) ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การก่อสร้างและขยาย สฟ. 500/230 kV นครราชสีมา 3 และหนองจอก การก่อสร้างขยาย สฟ. 500 kV ชัยภูมิ 2 และวังน้อย ขยาย สฟ. 230 kV ท่าตะโก รวมทั้งมีการติดตั้ง STATCOM (Static Synchronous Compensator) ที่ สฟ. 230 kV นครราชสีมา 4 และท่าตะโก ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง (Power Electronics) ที่ช่วยปรับระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ได้อย่างทันท่วงที เมื่อปริมาณพลังงานหมุนเวียนมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทำให้โครงข่ายระบบไฟฟ้ามีความยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และพร้อมรองรับพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ส่งต่อพลังงานสะอาดที่มั่นคง เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน
การพัฒนาโครงการ TIEC 3.1 ไม่ได้มองเพียงแค่ “สถานการณ์ไฟฟ้าในวันนี้” แต่เป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานให้พร้อมสำหรับระบบไฟฟ้าที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพราะในวันที่แหล่งผลิตพลังงานสะอาดกระจายตัวมากขึ้น ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไม่ได้วัดที่กำลังผลิตไฟฟ้าได้มากเพียงใด แต่วัดกันที่ความแข็งแกร่งของโครงข่ายระบบไฟฟ้าที่จะส่งต่อพลังงานไปถึงผู้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
การยกระดับ “ทางหลวงพลังงานสายหลัก” เส้นนี้ เป็นเครื่องยืนยันให้ความมั่นใจกับประชาชน และภาคธุรกิจในการได้ใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ไม่ตกไม่ดับ พร้อมรองรับการเจริญเติบโตของเมือง ตลอดจนการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะเดียวกันยังเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ด้วยการส่งผ่านพลังงานสะอาดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โครงการ TIEC 3.1 จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงภารกิจของ กฟผ. ในการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อให้คนไทยได้ใช้ไฟฟ้าที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืนตลอดไป
