กฟผ. จับมือ พพ. และหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพโซลาร์บนหลังคาพร้อมระบบแบตเตอรี่ บริหารพลังงานแบบครบวงจร

18 September 2026

         กฟผ. พร้อมด้วย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สวทช. บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โครงการศึกษาและพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานกลุ่มอาคารจากต้นแบบระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม ในพื้นที่ Central Business District เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างครบวงจร

         วานนี้ (วันที่ 17 กันยายน 2569) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และ บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ลงนามในบันทึกความเข้าใจด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโครงการศึกษาและพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานกลุ่มอาคารจากต้นแบบระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม ในพื้นที่ Central Business District โดยมี นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดี พพ. นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สวทช. นายประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารนวัตกรรม บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และนายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมทั้งมีผู้บริหารจากทุกหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม Auditorium อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี

         นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดี พพ. กล่าวว่า พพ. ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศที่มีภารกิจในการขับเคลื่อนด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน จึงมีแนวคิดในการนำร่องต้นแบบกลุ่มอาคารที่มีการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ ภายในพื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (Central Business District; CBD) ความร่วมมือครั้งนี้ พพ. ให้การสนับสนุนพื้นที่และอาคารสำนักงานของหน่วยงาน พร้อมระบบสาธารณูปโภคเพื่อพัฒนาเป็นกลุ่มอาคารต้นแบบ เป็นการนำเทคโนโลยี ทั้งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสม (BESS) ซึ่งผสานการทำงานระหว่างแบตเตอรี่ใหม่และแบตเตอรี่ใช้แล้วจากยานยนต์ไฟฟ้า (Second-Life Battery) รวมถึงการนำระบบหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการพลังงาน มาบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงความเชี่ยวชาญจากทุกหน่วยงานในการดำเนินการโครงการต้นแบบ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและแบบอย่างให้หน่วยงานต่าง ๆ นำไปบริหารจัดการอาคารในอนาคต เพื่อมุ่งสู่การเป็นอาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำประเทศให้บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

         นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ประเทศไทยโดยรัฐบาลและกระทรวงพลังงานจึงกำหนดทิศทางในการเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศเพื่อเดินหน้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ กฟผ. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้าของประเทศ พร้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง ความร่วมมือของ 5 หน่วยงาน นับเป็นการผนึกกำลังภาครัฐ ผู้กำกับนโยบาย สถาบันวิจัยระดับชาติ และภาคเอกชนผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมพลังงานสะอาด” โดยนำพื้นที่ของ พพ. มาเป็นพื้นที่ต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานในกลุ่มอาคารพาณิชย์และย่านธุรกิจ (Central Business District) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปขยายผลเชิงพาณิชย์ต่อไป

         นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ทุกหน่วยงานจะร่วมกันศึกษาวิจัยและนำร่องการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานสำหรับกลุ่มอาคารในพื้นที่ พพ. บูรณาการเทคโนโลยีพลังงานแบบครบวงจรตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์รูฟท็อป การกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ตลอดจนการบริหารจัดการและแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยการนำแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้ว มาประยุกต์ใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ใหม่ เกิดเป็นระบบกักเก็บพลังงานแบบผสม (Hybrid BESS) เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด