018.jpg

สายส่งไฟฟ้าแรงสูง ไม่ได้เป็นต้นเหตุฟ้าผ่า

          กฟผ. แจงฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ไม่ได้มีสาเหตุจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. แต่อย่างใด สำหรับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. มีประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยควบคุมอยู่ และ กฟผ.ได้มีการออกแบบตามมาตรฐานสากลและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

20150630-04

          นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.) ได้ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ ในช่วงระหว่างวันที่ 22 - 23 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับความวิตกกังวล ว่าสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเป็นต้นเหตุให้เกิดฟ้าผ่าจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในพื้นที่ จ.น่าน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องว่าฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและบางครั้งได้สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินดังที่ตกเป็นข่าว การเกิดฟ้าผ่าคือการถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆฝนฟ้าคะนองกับพื้นดิน เมื่อมีต้นไม้สูง คน สัตว์ สิ่งของ หรือสิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่ในพื้นที่โล่งก็จะเป็นสื่อให้ประจุไฟฟ้าวิ่งผ่านเข้าไปยังจุดนั้น แทนที่จะวิ่งลงพื้นดินโดยตรง

20150630-05

          สำหรับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดแรงดัน 500 กิโลโวลต์ นั้น กฟผ. ได้นำเข้ามาใช้งานตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันมีความยาวสายส่งทั่วประเทศทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรวมระยะทาง 2,016กิโลเมตร ไม่ได้มีปัญหาและเป็นสาเหตุทำให้เกิดฟ้าผ่าแต่อย่างใด ในการเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูง กฟผ. ได้ประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดแนวสายส่งไฟฟ้า โดยมีการออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยไฟฟ้าในระดับสากล ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่พักอาศัย

          สำหรับความเข้าใจที่ว่า มีการติดตั้งสายล่อฟ้าไว้บนหลังคาบ้าน หลังคาห้องน้ำที่อยู่นอกตัวบ้าน รวมไปถึงแนวรั้วบ้านของผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่สายส่งพาดนั้น ขอเรียนว่าไม่มีการติดตั้งสายล่อฟ้าแต่อย่างใด ส่วนที่เห็นติดตั้งนั้นเป็นสายดินที่ กฟผ. ติดตั้งตามมาตรฐาน ความปลอดภัย เช่นเดียวกับการต่อสายดินกับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน มิใช่สายล่อฟ้าแต่อย่างใด

          รวส. ชี้แจงต่อไปว่าตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่นำระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ เข้าใช้งาน กฟผ. ได้มีการตรวจวัดและติดตามข้อมูลสถิติการเกิดฟ้าผ่าทั่วประเทศ พบว่าปริมาณการเกิดฟ้าผ่า ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับการเพิ่มของจำนวนสายส่งไฟฟ้าแรงสูงแต่อย่างใด และเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ กฟผ. จึงได้มีโครงการเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ขนาดแรงดัน 500 กิโลโวลต์ เพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสาลิกไนต์ สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทย โดยผ่าน 3 อำเภอของจังหวัดน่าน คือ อำเภอสองแคว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองมีระยะทาง 101 กิโลเมตร ถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน ซึ่งทำให้จังหวัดน่านและประเทศไทยมีความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและจากสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน ยังมีสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดแรงดันเดียวกัน ส่งไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูง แม่เมาะ3 อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีระยะทาง 147 กิโลเมตร โดยนำเข้าระบบจ่ายไฟครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2558 และมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสาลิกไนต์เข้าสู่ระบบในเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558

          “ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ได้ดำเนินการก่อสร้างตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัย ตามหลักวิชาการ และมิได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด กฟผ. ขอขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชน ที่ให้โอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้อง เกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. อย่างไรก็ตามในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวัง ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่อยู่ใต้ต้นไม้โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ ไม่อยู่ในสระน้ำ ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกฟ้าผ่า” รวส. กล่าวย้ำในตอนท้าย