026.jpg

กฟผ. เผย 2 โครงการ Mega Project พัฒนาระบบส่งของ กฟผ. ในระยะ 10 ปี ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว

         ครม. อนุมัติแล้ว 2 โครงการ Mega Project พัฒนาระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. มูลค่าการลงทุนกว่าแสนล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และ กทม. ให้มีความมั่นคงในระบบไฟฟ้ามากขึ้น สามารถรองรับโครงการพลังงานหมุนเวียนในอนาคต รวมถึงให้มีขีดความสามารถแข่งขันด้านเศรษฐกิจภายใต้กรอบ AEC

20150717-m01-01

         นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย รองผู้ว่าการ นโยบายและแผน (รวผ.) เปิดเผยว่า ตามที่ กฟผ. โดยสายงาน รวผ. ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. และนำเสนอขออนุมัติจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและกรุงเทพมหานครเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าวงเงิน 94,040 ล้านบาท และโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคเหนือตอนบนเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าวงเงิน 12,240 ล้านบาท รวมวงเงินลงทุนทั้งสิ้น 106,280 ล้านบาท ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558

         รวผ. ชี้แจงรายละเอียดของโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและกรุงเทพมหานครเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมความมั่นคงระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ในระดับ 500 เควี Main Grid รองรับโครงการพลังงานหมุนเวียนในอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีศักยภาพในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งรองรับโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพ รวมกันทั้งหมดได้ประมาณ 10,000 เมกะวัตต์ ตามแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan, AEDP) นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสามารถการส่งไฟฟ้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ไปยังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคกลางและเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล อีกทั้งเป็นการรองรับความพร้อมของประเทศไทย ในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศไทยให้มีขีดความสามารถแข่งขันด้านเศรษฐกิจภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC)

         แผนงานก่อสร้างโครงการฯ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 ได้แก่ งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี ร้อยเอ็ด 2 – ชัยภูมิ 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 168 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี อุบลราชธานี 3 – ร้อยเอ็ด 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2562 และธันวาคม 2562 ตามลำดับ ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นงานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี ท่าตะโก – สามโคก วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 183 กิโลเมตร กำหนดแล้วเสร็จปี 2564 และระยะที่ 3 งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี อุบลราชธานี 3 - นครราชสีมา 3 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี ชัยภูมิ 2 - นครราชสีมา 3 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี นครราชสีมา 3 - คลองใหม่ วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 254 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี คลองใหม่ – บางปะกง วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2566 งบประมาณเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการฯ คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 94,040 ล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินการจนโครงการแล้วเสร็จประมาณ 10 ปี

         สำหรับโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคเหนือตอนบนเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเขตที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงและเป็นเขตเศรษฐกิจในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือตอนบน ประกอบกับเพิ่มความคล่องตัวในด้านปฏิบัติการควบคุมและการจ่ายไฟฟ้าในภาคเหนือ แผนงานก่อสร้างโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ได้แก่ งานก่อสร้าง สายส่ง 230 เควี ลำพูน 3 - เชียงใหม่ 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่และเดิม) ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 ส่วนระยะที่ 2 งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี แม่เมาะ 3 - ลำพูน 3 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 163 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2564 งบประมาณเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการฯคิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 12,240 ล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินการจนโครงการแล้วเสร็จประมาณ 8 ปี

         “หลังจากที่ ครม. ได้อนุมัติโครงการทั้งสองแล้ว ในขั้นตอนต่อไป สายงาน รวผ. จะส่งเรื่องทั้งสองโครงการให้กับสายงาน รวพฟ. และ รวพส. เพื่อดำเนินการงานด้านสำรวจ ด้านจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ด้านวิศวกรรมและก่อสร้างระบบส่งต่อไป” รวผ. กล่าวทิ้งท้าย