20150814-A01-01

          ประธานาธิบดีบารัคโอบามา ประกาศแผนพลังงานสะอาด หรือ Clean Power Plan (CPP) ต่ออเมริกันชน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2015 ว่า นี่คือก้าวสำคัญที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่รัฐบาลกลางจะมีมาตรการลดคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่บรรยากาศ เพื่อเผชิญต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนักสิ่งแวดล้อมทั่วโลกว่าเป็น “เกมส์เปลี่ยน” (game-changer) ของปัญหาโลกร้อน

ข้อเท็จจริงของแผนพลังงานสะอาด

          1. แผนพลังงานสะอาด เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการ Climate Action Plan ตามนโยบายหาเสียงของประธานาธิบดีบารัคโอบามา กล่าวได้ว่า เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกามีแผนแม่บทระดับประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง CO2 ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินในการอุดหนุน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ถ่านหินไปสู่พลังงานหมุนเวียนราว 8.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) คาดว่า จะได้ผลประโยชน์กลับคืนในเชิงสังคมถึงราว 34 – 54 พันล้านดอลลาร์

          เป็นที่ทราบกันดีว่า การผลิตไฟฟ้าเป็นสาเหตุใหญ่ของการปล่อยก๊าซ CO2 ของสหรัฐถึง 1 ใน 3 ขณะที่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ปล่อย CO2 ร้อยละ 12 ของโลก เป็นอันดับ 2 รองจากจีน

          คณะที่ปรึกษาโอบามา เชื่อมั่นว่า การผลักดันแผนนี้ จะทำให้สหรัฐกลับมามีบทบาทผู้นำที่เข้มแข็งในเวทีการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะจัดขึ้นที่กรุงปารีส (Paris Climate Change Conference) ในเดือนธันวาคม 2015 รวมทั้ง จะมีส่วนช่วยโน้มน้าวให้จีน ซึ่งเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก ออกมาตรการที่จริงจังมากยิ่งขึ้น

20150814-A01-02

          อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวเป็นคนละประเด็นกับการควบคุมมลภาวะอื่นๆ จากการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ทั้งฝุ่นละออง ก๊าซมลภาวะ และโลหะหนัก ที่ EPA ได้มีการปรับมาตรการที่เข้มงวดออกมาก่อนหน้านี้

          2. สาระสำคัญของแผน CPP คือ เป้าหมายในการลด CO2 ในภาคการผลิตไฟฟ้า ลงร้อยละ 32 ในปี 2030 เมื่อเทียบกับปี 2005 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แต่ละรัฐสามารถเลือกวิธีการได้ตามความเหมาะสมและเงื่อนไขของตนเอง โดย EPA ได้กำหนดให้ทุกรัฐส่งแผนงานในช่วงปี 2016 – 2018 และให้มีผลการลด CO2 ได้จริง ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป ทั้งนี้ EPA จะประเมินผลสำเร็จใน 3 ระดับ คือ
1. ระดับโรงไฟฟ้า ในการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเดิม รวมทั้งการเปลี่ยนเชื้อเพลิง
2. ระดับอุตสาหกรรมไฟฟ้า ในการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าใหม่ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ
3. ในระดับภาพรวม ในการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานจากนิวเคลียร์ พลังงานหมุนเวียน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า เพื่อนำมาเฉลี่ยกับการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ โดย รัฐบาลกลางจะมีการชดเชยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่นำมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วย

20150814-A01-03

          3. สำหรับสหรัฐอเมริกา ทางเลือกการเพิ่มการใช้ก๊าซธรรมชาติ น่าจะเป็นทางออกที่ดีและง่ายที่สุด เนื่องจากก๊าซธรรมชาติของอเมริกามีราคาถูก เช่นเดียวกับพลังงานนิวเคลียร์ และสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง ทบวงพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) คาดว่า ในปี 2530 ก๊าซธรรมชาติจะมาเป็นพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้าแทนถ่านหิน โดยสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มจากร้อยละ 31 เป็นร้อยละ 33 และถ่านหินจะลดลงจากร้อยละ 37 เหลือร้อยละ 27 อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามอีกมากมาย เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติก็ปล่อย CO2 ราวครึ่งหนึ่งของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขณะที่พลังงานนิวเคลียร์มีปัญหาการยอมรับของประชาชน และการจัดเก็บกากนิวเคลียร์ กล่าวได้ว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าพลังงานหลักของประเทศสหรัฐอเมริการ้อยละ 80 จะมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์

20150814-A01-04

          4. แนวโน้มการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้ง ชีวมวล แดด และลม ของสหรัฐจะมีสัดส่วนมากขึ้น จากร้อยละ 12 เพิ่มเป็นร้อยละ 20 ในอีก 15 ปีข้างหน้า ปริมาณดังกล่าว ถือว่าไม่ใช่งานยาก แต่ปัญหาคือ การพัฒนาระบบส่งรองรับในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมาก และความมั่นคงเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายคนจึงมองว่า อาจเพิ่มความเสี่ยงถึงกับทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ (Blackout) ได้ เนื่องจากระบบไฟฟ้าของแต่ละรัฐแตกต่างกัน บางรัฐมีสายส่งเชื่อมโยงกับรัฐอื่นมาก เช่น แคลิฟอร์เนีย แต่บางรัฐเช่น เท็กซัส มีสายส่งเชื่อมโยงน้อยมาก ต่างจากเยอรมนี ที่สามารถซื้อไฟฟ้าผ่านสายส่งระหว่างประเทศโดยเฉพาะจากฝรั่งเศส เป็นไฟฟ้าสำรองในช่วงที่ไม่มีแดดหรือลม ขณะเดียวกันก็สามารถขายไฟฟ้ากลับไป ในช่วงที่มีแดดและลมมากเช่นกัน แม้ว่าเยอรมนีจะต้องยอมขายขาดทุนในราคาถูกก็ตาม

20150814-A01-05

          5. สำหรับการลดการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินนั้น ในความเป็นจริง ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 40 แต่อัตราการปล่อย CO2 ของสหรัฐได้ลดลงไปแล้วร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปี 2005 จึงเหลือเป้าหมายอีกเพียงร้อยละ 17 หรือราวร้อยละ 1 ต่อปี ซึ่งภาพรวมถือว่าไม่เป็นปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาคือ โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าในรัฐส่วนใหญ่ในอเมริกา ใช้ถ่านหินเป็นหลัก และมีถึง 18 รัฐ ที่มีสัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าเกินกว่าร้อยละ 50

          แผนดังกล่าวนี้ จึงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าในแต่ละรัฐที่จะต้องปรับตัวในเวลาจำกัด ซึ่งในระยะสั้นจะมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าและการจ้างงานอย่างแน่นอน คนอเมริกันจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะฝั่งพรรครีพับริกันจึงเห็นว่า เป็นนโยบายที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ หรือ “overreach” รวมทั้ง มีรายงานว่า มีรัฐบาลท้องถิ่นอย่างน้อย 25 รัฐ เตรียมฟ้องร้องเพื่อให้ศาลสูงตัดสินว่า ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ขณะที่บางรัฐเสนอให้มีการเจรจาเลื่อนเวลาออกไปจนกว่าจะมั่นใจว่า ระบบไฟฟ้าจะมีความพร้อมเพียงพอ

20150814-A01-06

          6. นักวิจารณ์ยังชี้ให้เห็นบทเรียนของประเทศเยอรมนี ที่เร่งการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ทำให้ระบบไฟฟ้ามีกำลังผลิตติดตั้งรวมถึง 188,000 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนถึง 83,000 เมกะวัตต์ ขณะที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 90,000 เมกะวัตต์ หรือมีกำลังผลิตติดตั้งมากกว่าความต้องการไฟฟ้ากว่า 2 เท่าตัว เป็นผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเยอรมนีแพงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเดนมาร์ก โดยอัตราค่าไฟฟ้าครัวเรือนของเยอรมนีมีราคาหน่วยละ 12 บาท ซึ่งร้อยละ 21 ของค่าไฟฟ้าแต่ละหน่วย เป็นเงินค่าอุดหนุนพลังงานหมุนเวียน ขณะที่การปล่อย CO2 ในช่วงปีหลังๆ กลับไม่ลดลดลง เนื่องจากยังต้องผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นหลักร้อยละ 30 เพื่อเป็นไฟฟ้าฐาน ขณะที่ไปยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติก็ได้รับคำสั่งให้เดินเครื่องน้อยลง เนื่องจากต้องให้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และลม ซึ่งมีจำนวนมากจ่ายไฟฟ้าก่อน

20150814-A01-07

โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเยอรมนีร้อยละ 21 นำไปอุดหนุนพลังงานทดแทน

ที่มา Composition of power price for households. Source: BDEW, 2015

          จากข้อเท็จจริงและบทเรียนของประเทศต่างๆ จึงเห็นได้ว่า ภายใต้เกมส์ที่เปลี่ยนไป สหรัฐฯ ยังมีโจทย์ใหญ่ๆ อีกหลายข้อ รออยู่ข้างหน้า จนอาจกล่าวได้ว่า เกมส์นี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

เอกสารอ้างอิง

  • A detailed Q&A on Obama's Clean Power Plan 04 Aug 2015, Simon Evans
  • What We Can Learn from Germany’s Windy, Sunny Electric Grid Posted on August 3, 2015 by Andrew Campbell