027.jpg

กฟผ. จัดสัมมนา “สถานการณ์พลังงาน และนโยบายเสรีในประเทศไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเชื้อเพลิง รองรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน

       20151119-m01-01

             การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยสายงานรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง (รวช.) จัดสัมมนาด้านเชื้อเพลิง ในหัวข้อ “สถานการณ์พลังงาน และนโยบายเสรีในประเทศไทย”เชิญผู้บริหารสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ร่วมบรรยายพิเศษ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า รองรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน

20151119-m01-02

         นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง (รวช.) เป็นประธาน เปิดการสัมมนา ด้านเชื้อเพลิง ประจำปี 2558 จัดโดยฝ่ายจัดการเชื้อเพลิง (อจช.) ในหัวข้อ “สถานการณ์พลังงาน และนโยบายเสรีในประเทศไทย” การสัมมนาครั้งนี้จัดให้มีการบรรยายพิเศษจาก ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และ ดร.เรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล รองผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นแนวโน้มสถานการณ์พลังงาน มุ่งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ด้านเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า พร้อมรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน มีผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 300 คน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช สำนักงานใหญ่ กฟผ.

         นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง (รวช.) กล่าวว่า กฟผ. มียุทธศาสตร์ในการเป็นองค์การที่เป็นผู้นำกิจการไฟฟ้าในระดับสากล สายงานรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง (รวช.) โดยฝ่ายจัดการเชื้อเพลิง (อจช.) จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลและให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงาน ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานของโลก ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทยรวมทั้งนโยบายเสรีพลังงาน ข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดใช้และเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานี LNG จาก บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ กฟผ. ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการดำเนินงานจัดหาเชื้อเพลิงในอนาคต

20151119-m01-03

         ดร.เรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล รองผู้อำนวยการ สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ภาพรวมของสถานการณ์พลังงานโลกขึ้นอยู่กับปัจจัยความต้องการใช้พลังงาน 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) อัตราการเติบโตของประชากรแต่ละประเทศ และ 2) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) ของแต่ละประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงขึ้น ดังนั้น แต่ละประเทศควรให้ความสำคัญการพัฒนาการใช้พลังงาน ผ่านเทคโนโลยีที่สร้างความประหยัด เพิ่มประสิทธิภาพ เพราะจะช่วยทำให้การใช้พลังงานมีแนวโน้มที่เหมาะสม ท่ามกลางสภาวะราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวนในปัจจุบัน”

         “สำหรับประเทศไทยมีข้อสังเกตในด้านการใช้เชื้อเพลิงประเภท Fossil Fuel เป็นจำนวนมาก อาทิ 1) การตรึงราคาน้ำมันดีเซล 2) การพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 3) การบริโภคพลังงานในภาคขนส่งสูงเท่าภาคอุตสาหกรรม 4) นำเข้าน้ำมันดิบร้อยละ 85 ของการใช้งาน 5) ใช้น้ำมันเบนซินมากถึง 6 ชนิด 6) ภาระการนำเข้าปิโตรเลียมไทยอยู่ที่ร้อยละ 10 ของ GDP 7) ใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้ามากถึงร้อยละ 65 8) ทรัพยากรปิโตรเลียมไทยกำลังร่อยหรอ 9) มีความเข้มข้นในการใช้พลังงานสูง และ 10) ห้างสรรพสินค้ามีการใช้พลังงานสูงกว่ากำลังการผลิตโดยเหตุผลเหล่านี้อาจทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาด้านพลังงานในอนาคตได้” ดร.เรืองศักดิ์ฯ กล่าว

20151119-m01-04

         ทางด้าน ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “นโยบายเสรีในประเทศไทยด้านเชื้อเพลิงมี 4 ปัจจัยสำคัญที่สะท้อนสภาพตลาดการแข่งขันที่แท้จริง ได้แก่ 1) ระบบปฏิบัติการควบคุมการผลิตที่มีประสิทธิภาพ 2) ความเท่าเทียมกันของแต่ละองค์กรในการเข้าถึงทรัพยากร 3) การเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงานที่ชัดเจน โปร่งใส และน่าเชื่อถือ และ 4) การเปิดโอกาสให้บุคคลที่ 3 เข้ามามีส่วนร่วมในตลาด เพื่อสร้างการแข่งขันที่มีความโปร่งใส ลดปัญหาการเกิดระบบผูกขาดด้านเชื้อเพลิงในอนาคตได้”