ความท้าทายทางพลังงานในอนาคตของออสเตรเลียคือการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ ภายใต้เงื่อนไขการปล่อยคาร์บอนให้ต่ำที่สุด ในสถานการณ์ที่มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในเมืองก็เติบโตขึ้นด้วย

20151204-A01-01

          สำนักงานเศรษฐกิจด้านทรัพยากรและพลังงานของออสเตรเลีย (Bureau of Resources and Energy Economics - BREE) คาดการณ์ว่าในปี 2050 ออสเตรเลียจะมีความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้นร้อยละ 30 โดยสัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าจะยังคงที่ ราวร้อยละ 65 และพลังงานหมุนเวียนร้อยละ 20 (ช่วงปี 2014-2015 ออสเตรเลียผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนร้อยละ 15)

          นาย Matt Zema ผู้บริหารของ Australian Energy Market Operator – AEMO หน่วยงานกำกับดูแลตลาดพลังงานของออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียเพิ่งจะเริ่มติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา เนื่องจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บพลังงานไฟฟ้าเริ่มมีราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มขึ้นของเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนมากที่สุด เมื่อถึงปี 2025 พลังงานแสงอาทิตย์จะสามารถสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและพาณิชย์กรรมได้ร้อยละ 22 และ จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 28 ในปี 2035 อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน รัฐเซาท์ออสเตรเลียต้องรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ส่งผ่านสายส่งมาจากรัฐวิคตอเรีย

20151204-A01-02

          นาย Ben Heard ผู้อำนวยการ ThinkClimate Consulting กล่าวว่า “เมื่อคุณจะเพิ่มกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียน คุณจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าที่สามารถเดินเครื่องเป็นโรงไฟฟ้าฐาน ซึ่งสามารถถูกสั่งให้เดินเครื่องผลิตและจ่ายไฟฟ้าได้ตลอดเวลา จะทำให้ไฟฟ้ามีราคาถูกและพึ่งพาได้ และสำหรับในออสเตรเลียแล้ว โรงไฟฟ้าถ่านหินตอบโจทย์นี้ หากเราพึ่งพาพลังงานลมและแสงอาทิตย์มากเกินไป และเลิกใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน เราอาจจะรับมือได้ในช่วง 2-3 ปี ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังไม่ปรับสูงขึ้น แต่เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น และเมืองโตขึ้น เราจะประสบปัญหาความไม่แน่นอน” ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าอีกประเภทที่เดินเครื่องเป็นโรงไฟฟ้าฐาน คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งออสเตรเลียกำลังตื่นตัวจะพัฒนาอยู่

20151204-A01-03

กราฟแสดงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของออสเตรเลียในปี 2013

          ดอกเตอร์ Bruce Godfrey ประธานแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและวิศวกรรม (Academy of Technological Science and Engineering – ATSE) กล่าวว่า ในอนาคต ภาคพลังงานของออสเตรเลียจะปล่อยคาร์บอนน้อยลงในขณะที่ยังคงมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นกำลังผลิตหลักอยู่ “เราจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าฐานซึ่งหมายถึงความจำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงถ่านหิน ก๊าซ และนิวเคลียร์ ขณะที่ลม แสงอาทิตย์ กระแสน้ำ และคลื่น เป็นพลังงานเสริม และเมื่อพลังงานเสริมนี้ได้รับการพัฒนา เราก็จะเพิ่มสัดส่วนการใช้ให้สูงขึ้น แต่พลังงานเหล่านี้ไม่สามารถเทียบกับพลังงานหลักได้”

ที่มา “Solar, wind, nuclear power on the rise, but coal still has its place”
http://www.afr.com/news/special-reports/australia-energy-future/preparing-for-the-electricity-surge-20151129-glapit
ผู้แปลและเรียบเรียง สุภร เหลืองกำจร