035.jpg

คืบหน้า ผู้แทนไทยใน COP21 ชี้แจงสื่อมวลชน ส่งเสริมใช้พลังงานทดแทน-ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

         ผู้แทนภาคการผลิตพลังงานและไฟฟ้าของไทย ให้คำมั่นพร้อมร่วมกับนานาประเทศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ

20151204-m01-03

         นางวราภรณ์ คุณาวนากิจ หัวหน้ากองบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (กบกจ-พฟ.) ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ (อสค.) ในฐานะผู้แทนของกระทรวงพลังงาน และผู้แทนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 และประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 11 (COP 21/CMP 11) ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2558 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในวันที่ 3 ธ.ค. ณ กรุงปารีส ระบุว่า ในอนาคต ไทยจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 15-20% ภายในปี 2579 ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี)

         “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) จะพบว่ามีการพัฒนาพลังงานทดแทนไว้ในแผนจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยถือว่าการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนเป็นสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นเมื่อมีพลังงานทดแทนเข้าระบบมากๆ จะทำให้โรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเดินเครื่องน้อยลง ก็จะช่วยลดประเทศลดการปล่อยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้” นางวราภรณ์ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์

20151204-m01-02

          นอกจากนี้แล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามในประเด็นที่ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศไทยจะไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตพลังงาน หัวหน้ากองบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกระบุว่า หากไม่มีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล ประเทศไทยจะต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นโรงไฟฟ้าหลักแทน เนื่องจากพลังงานนิวเคลียร์นั้นไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับประเทศไทยจึงควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพระพลังงานทดแทนจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้บางช่วงเวลา การผลิตไฟฟ้าฐานยังมีความจำเป็นต้องใช้พลังงานฟอสซิลอยู่ เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง ที่เราใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากพอ และมีความพร้อม เราจึงค่อยประกาศใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่

         อนึ่ง ภายใต้แผนพีดีพีตั้งแต่ปี 2558 – 2579 ไทยมีแผนที่จะลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยจากการผลิตไฟฟ้าจาก 0.506 กิโลกรัมต่อหน่วยไฟฟ้า ในปี 2556 ลงเหลือ 0.342 ในปี 2573 และ ลดลงเหลือ 0.319 กิโลกรัมต่อหน่วยไฟฟ้า หรือลดลง ร้อยละ 37 ในปี 2579 ขณะเดียวกัน ไทยยังปรับลดเป้าปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีลงเหลือ 104 ล้านตัน ในปี 2579 จากแผนพีดีพีฉบับเก่าที่ตั้งไว้ที่ 133 ล้านตัน ในปี 2573 หรือปรับลดลง 28%

20151204-m01-01

         ทั้งนี้ ในการประชุม COP 21 เป้าหมายที่นานาชาติ แสดงเจตจำนงร่วมกันคือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาเซเลเซียส ซึ่งในการประชุมวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา นานาประเทศก็มีความเห็นว่า ในอนาคตเพื่อที่จะลดก๊าซเรือนกระจก แต่ละประเทศจำเป็นต้องเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน เนื่องจาก ในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า ราคาต้นทุนของพลังงานทดแทนจะลดลงอย่างมาก

         สำหรับทิศทางของประเทศไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันกับของนานาประเทศที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพยายามเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เข้าร่วมพิธีการเปิดประชุม COP21 เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2558 ได้แสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า “ประเทศไทย มีการจัดทำแอคชั่นแพลนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 ถึง 25 ภายในปี ค.ศ. 2030 มุ่งลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล โดยใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้รถเครื่องยนต์เครื่องยนต์ไฮบริด เครื่องยนต์ไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น การลดการขนส่งทางถนนโดยเพิ่มการขนส่งทางราง การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในแผน PDP ของไทยให้มากขึ้น ขจัดการบุกรุกป่า รณรงค์ปลูกป่าอาเซียน ทำแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ จัดทำ Roadmap การลดหมอกควันให้เหลือร้อยละ 0

         และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงพระราชทานมากว่า 50 ปี ในรูปแบบ ‘ประชารัฐ’ ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม NGO และประชาชนอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของไทย ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินการให้บรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 ของสหประชาชาติ”