random-csr-img02.jpg

กฟผ. ร่วมดำนาน้ำน้อย สู้วิกฤตภัยแล้ง

         กฟผ. ร่วมกิจกรรม ดำนานวัตกรรมใหม่ "ดำนา ข้าวน้ำน้อย” สู้ปัญหาภัยแล้ง ใช้น้ำน้อยกว่าทำนาปกติ 3 เท่าตัว แต่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง 3 - 6 ตัน ช่วยเกษตรกรรับมือสภาวะโลกร้อน ฝนแล้ง ที่ส่งผลให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตตกต่ำ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

20160122 c01 01

         เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2559 นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม (รวค.) นายศานิต นิยมาคม ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสังคม (อกค.) ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมดำนาน้ำน้อย พร้อมด้วยเกษตรกรจากจังหวัดพิษณุโลก และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันลงดำนาในพื้นที่แปลงนาสาธิตวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ด้วยการใช้เทคนิคปลูกข้าวแนวใหม่ ใช้น้ำน้อย แต่ได้ผลผลิตสูง

20160122 c01 02

         นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รวค. กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจการเพื่อสังคม หรือ CSR ของ กฟผ. ที่จะช่วยเกษตรกรลดการใช้สารเคมีในการทำนา และไม่จำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมากเหมือนการทำนาปกติทั่วไปโดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้เชิญชาวนาจากโครงการพัฒนาชุมชนตามแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากจังหวัดพิษณุโลก มาร่วมเรียนรู้เทคนิคการดำนาแบบใหม่จากการปฏิบัติจริงในครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้เกษตรกรยังได้รับความรู้ด้านการเพาะปลูกและข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชนบท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ผลิตขึ้นมาด้วย”

20160122 c01 03

         สำหรับการปลูกข้าวน้ำน้อย เป็นการปลูกข้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำของประเทศไทย ซึ่งพบว่าไม่จำเป็นต้องปล่อยน้ำขังในแปลงนาตลอดเวลา และเป็นการปลูกที่ไม่ใช้สารเคมี ถือเป็นการทำนาแบบประณีต ใช้พื้นที่นาให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยจะต้องดำนาให้ข้าวแต่ละกออยู่ห่างกัน 50 เซนติเมตร แปลงนาจะไม่มีน้ำท่วมขัง หลังจากนั้น จะปล่อยน้ำเข้านาทางสายยางเป็นระยะๆ เพื่อให้เพียงพอในการทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโต วิธีการดังกล่าวจะทำให้ได้ปริมาณข้าวต่อไร่ประมาณ 3 - 6 ตัน ทั้งนี้ โครงการช่วยเกษตรกรลดการใช้สารเคมีทำมาแล้ว 4 ปี แต่การทดลองปลูกข้าวใช้น้ำน้อยครั้งนี้ เป็นโครงการนำร่อง หลังจากได้ผลแล้วจะขยายไปยังพื้นที่อื่นต่อไป

         การใช้พื้นที่เพาะปลูกต่อไร่น้อยแต่ได้ผลผลิตมาก ชาวนาก็สามารถนำที่นาไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ เพิ่มรายได้ต่อไป โดยเทคนิคดังกล่าวได้มาจากปราชญ์ชาวบ้านและการต่อยอดทางวิชาการ โดย ดร.เกริก มีมุ่งกิจ ที่ได้ทดลองทำนามาหลายปี จนประสบผลสำเร็จ แต่ยังไม่มีการเผยแพร่สู่สังคม วิทยาลัยฯ จึงอาสานำภูมิปัญญาดังกล่าวมาทดสอบและเตรียมการขยายผลต่อไป