012.jpg

อ.เสรี เตือนคนไทย นับถอยหลังภัยแล้ง กฟผ. รณรงค์ลดใช้น้ำร้อยละ 10

         การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดเสวนา “คน กฟผ. ร่วมฝ่าวิกฤตภัยแล้ง” ให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. มีความเข้าใจถึงวิกฤตขาดแคลนน้ำ นำไปสู่ความร่วมมือในการลดใช้น้ำและใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ตอบสนองนโยบายลดการใช้น้ำลงอย่างน้อยร้อยละ 10 ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำ ฟันธง ปี 2559 นี้ ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตน้ำแล้งอย่างแน่นอน วอนทุกภาคส่วนร่วมด้วยช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อฝ่าวิกฤตภัยแล้ง

20160218 m02 01

         เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 นายสมภพ พวงจิตต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริการ (ชหก.) กฟผ.ในฐานะประธานคณะทำงานปฏิบัติการประหยัดน้ำ เป็นประธานเปิดการเสวนาในหัวข้อ “คน กฟผ. ร่วมฝ่าวิกฤตภัยแล้ง” เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เข้าใจถึงปัญหาวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำที่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย และร่วมกันลดปริมาณการใช้น้ำ และใช้น้ำอย่างคุ้มค่า โดยได้เชิญ รศ.ดรเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำ นายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ (อขศ.) นายวันชัย ประไพสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจ (อสร.) เป็นวิทยากรในการเสวนา และ คุณดาริน คล่องอักขระ พิธีกรจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินการเสวนา โดยมีผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ให้ความสนใจเข้ารับฟังการเสวนาเป็นจำนวนมาก ณ ห้องเฟื่องฟ้า 1 อาคารนันทนาการ สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20160218 m02 02

         นายสมภพ พวงจิตต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริการ กล่าวเปิดการเสวนาว่า จากการที่ประเทศไทยต้องเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำ ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนมีน้อยที่สุดในรอบ 20 ปี เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้น ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันประหยัดน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จึงมีมติให้หน่วยงานภาครัฐ ลดการใช้น้ำลงอย่างน้อยร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้น้ำของปีงบประมาณ พ.ศ.2557 โดยจะต้องรายงานผลต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่ง กฟผ. จึงได้ตั้งคณะทำงานปฏิบัติการประหยัดน้ำ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการประหยัดน้ำ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติกำหนด กำกับดูแลการดำเนินการ รณรงค์ส่งเสริมความเข้าใจให้ผู้ปฏิบัติงานมีจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รวมถึงติดตามประเมินผลการดำเนินการตามแผน โดยการเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ และสนับสนุนพฤติกรรมการประหยัดน้ำในผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.

20160218 m02 03

         รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนน้ำมาหลายปีแล้ว แต่ในปี 2558 – 2559 นั้นถือว่ามีน้ำเข้าเขื่อนน้อยที่สุด จากปรากฏการณ์เอลนีโญ หรือที่นักวิชาการหลายท่านได้กล่าวไว้ว่า “ปี 2558 เป็นการเผาหลอก ส่วนปี 2559 คือการเผาจริง” หมายความว่าปี 2559 ประเทศไทยจะประสบกับวิกฤตภัยแล้งครั้งใหญ่ ซึ่งก็ได้มีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์กับผู้ใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยมาก โดยทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้งดการทำนาปรังในช่วงปีนี้ เนื่องจากน้ำที่มีนั้นไม่เพียงพอ ถ้าเกษตรกรใช้น้ำเพื่อทำการเพาะปลูกนอกฤดูฝน จะยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่มากขึ้น นอกจากนี้ รศ.ดร.เสรี ได้คาดการณ์จากสถิติว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะสิ้นสุดในช่วงกลางปี 2559 โดยคาดว่าจะมีฝนตกในช่วงประมาณปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคม 2559 และในช่วงเดือนพฤษภาคม 2560 ปริมาณน้ำจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่

         “สำหรับมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำแล้ง ในขณะนี้ได้มีการแบ่งโซนจ่ายน้ำในบางพื้นที่ เช่น อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ รวมถึงมีการลดแรงดันการจ่ายน้ำใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อ.ศรีประจัน จ.สุพรรณบุรี อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และพื้นที่ที่มีน้ำเค็มรุกล้ำ ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในตอนนี้อาจจะยังไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ประเทศไทยถือว่าประสบวิกฤตภัยแล้งอย่างแน่นอน ในระยะเวลาอีก 4 – 5 เดือนต่อจากนี้ ก่อนที่จะเริ่มมีฝนตก ถือเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อฝ่าวิกฤตภัยแล้งนี้ไปด้วยกัน” รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ กล่าว

         นายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ กล่าวถึงผลกระทบของวิกฤตภัยแล้ง ต่อ กฟผ. ว่า จากวิกฤตภัยแล้งนี้ ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. มีน้อยถึงน้อยมาก อีกทั้งยังต้องระบายน้ำเกินกว่าแผน เพราะมีความต้องการใช้น้ำสูง ทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เขื่อนผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำผลิตไฟฟ้าได้ 3,418 เมกะวัตต์ ซึ่งถ้าน้ำน้อยก็จะผลิตไฟฟ้าได้น้อย แต่ก็ยังไม่มีผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพราะโรงไฟฟ้าพลังน้ำผลิตไฟฟ้าเพียงร้อยละ 9 ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด โรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ยังสามารถเดินเครื่องได้ และมีปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตมากกว่า ด้านผลกระทบต่อประชาชน บริเวณเหนือเขื่อนจะกระทบด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากน้ำในเขื่อนน้อย ไม่สวยงาม นักท่องเที่ยวจึงไม่นิยมมาเยี่ยมชม ส่วนบริเวณท้ายเขื่อน มีผลกระทบเรื่องการเกษตร ไม่มีน้ำให้สูบใช้ในการเกษตร รวมถึงการเลี้ยงปลากระชังก็ต้องลดลงเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้ช่วยเหลือประชาชนในวิกฤตน้ำแล้ง ด้วยการส่งน้ำให้ชุมชนเพื่ออุปโภคและบริโภค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนที่ไม่มีลำน้ำผ่าน นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการลดการใช้น้ำลง ร้อยละ 10 จากปี 2557 ซึ่งเป็นความร่วมมือกันทั้งองค์การในการช่วยบรรเทาวิกฤตภัยแล้งในครั้งนี้

         นายวันชัย ประไพสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจ กล่าวถึงการวางแผนบริหารจัดการน้ำของ กฟผ. ว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมีปริมาณน้อยต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน โดยมีปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกันทุกปี จึงทำให้ในปี 2559 นี้ ประเทศไทยประสบวิกฤตภัยแล้ง ในด้านการบริหารจัดการน้ำของเขื่อน ถึงแม้ กฟผ. จะเป็นเจ้าของเขื่อน แต่ก็ไม่ได้บริหารจัดการน้ำได้ด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นการทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ร่วมกับหน่วยงานภายนอกอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น ซึ่ง กฟผ. มีหน้าที่นำเสนอข้อมูลและแนวทางที่ดีที่สุดแก่ที่ประชุม บำรุงรักษาความมั่นคงของเขื่อนให้พร้อมอยู่เสมอ โดยใช้มาตรฐานสากลเพื่อให้สามารถใช้งานเขื่อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงจัดทำระบบฐานข้อมูล เก็บข้อมูลสถิติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และระบบโทรมาตร เพื่อให้สามารถคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังได้เชื่อมโยงข้อมูลกับคลังข้อมูลของหน่วยงานภายนอก และเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์อีกด้วย

20160218 m02 04

20160218 m02 05

         นอกจากนี้ หลังจากจบการเสวนา ได้มีพิธีมอบรางวัลประกวดคำขวัญประหยัดน้ำ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ได้คิดคำขวัญเกี่ยวกับการประหยัดน้ำเข้าประกวด คำขวัญที่ชนะเลิศจะได้รับการตีพิมพ์ลงบนสติ๊กเกอร์เพื่อใช้รณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดน้ำของ กฟผ. ต่อไป โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ใช้น้ำอย่างรู้คิด แก้วิกฤตขาดแคลนน้ำ” จาก คุณเมธี เนียมทอง จากฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และรางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้แก่ 1) “ใช้น้ำอย่างรู้คิด ช่วยต่อชีวิตของเพื่อนร่วมโลก” จาก คุณนนทวรรณ อมรวิวัฒน์พงศ์ ฝ่ายบัญชีและงบประมาณสายงานผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิง 2) “Save Water Save Life” จาก คุณอัครพล เทียนอ่อน ฝ่ายก่อสร้างระบบส่ง และ 3) “สองมือ หนึ่งใจ ประหยัดน้ำง่ายๆ ด้วยหลัก 3R” จาก คุณสิริเพ็ญ บารมี ฝ่ายทรัพยากรบุคคล