011.jpg

กฟผ. และ สอศ. สานต่อความร่วมมือการดำเนินโครงการชีววิถีฯ มุ่งนำองค์ความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างชุมชนเข้มแข็ง

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามความร่วมมือในโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 5 เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการชีววิถีฯ อย่างต่อเนื่อง ในสถานศึกษา สังกัด สอศ. รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนต่างๆ ที่เข้าร่วม โดยมุ่งส่งเสริมการศึกษาและการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสู่ชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม สร้างการเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

20160512-P01-01

          วันนี้ (12 พฤษภาคม 2559) นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือในการดำเนินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กับ นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ณ ห้องเมจิค 2 โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ เพื่อให้การดำเนินโครงการชีววิถีฯ ในสถานศึกษาสังกัด สอศ. รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถขยายองค์ความรู้สู่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

          นายธาตรี ริ้วเจริญ กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินโครงการชีววิถีฯ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมมาอย่างยาวนาน และยังได้ร่วมมือกับ สอศ. ในการนำโครงการชีววิถีฯ เข้าดำเนินการในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง วิทยาลัยการอาชีพ ตั้งแต่ปี 2546 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมานั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในแต่ละปีสามารถสร้างเครือข่ายและขยายผลได้ ไม่น้อยกว่า 120 ชุมชน 50 โรงเรียน และประชาชนทั่วไปกว่า 100,000 คน จนนำมาสู่ความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในครั้งที่ 5 ซึ่ง กฟผ. ให้ความร่วมมือในการขยายองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการส่งเสริมการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) มาใช้ทดแทนสารเคมีในชีวิตประจำวันของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และข้อมูลด้านวิชาการ ในการดำเนินโครงการฯ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชุมชนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งให้เพิ่มมากขึ้น

20160512-P01-02

          นายวณิชย์ อ่วมศรี กล่าวว่า โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ และการทำเกษตรกรรมธรรมชาติเข้ามาดำเนินการในสถานศึกษา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถส่งเสริมให้เกิดการคิดค้น วิจัย พัฒนาจนเกิดนวัตกรรม เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติมากมาย เพื่อความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้ชุมชนเข้มแข็งด้วยการพึ่งพาตนเอง โดยที่ผ่านมามีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเข้าร่วม 92 แห่ง และมีโครงการจะขยายผลการดำเนินงานไปสู่วิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการต่างๆ อีกด้วย

20160512-P01-03

          สำหรับความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการชีววิถีฯ เดินหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถขยายองค์ความรู้ไปสู่ชุมชนทั้งในพื้นที่โดยรอบที่ตั้งโรงไฟฟ้าต่างๆ และพื้นที่ใต้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. และพื้นที่ชุมชนโดยรอบที่ตั้งของวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ที่เข้าร่วมโครงการ โดยวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจะมีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โครงการชีววิถีฯ ภายในวิทยาลัย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับราษฎรและชุมชนที่สนใจ พร้อมทั้งมีการตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการมอบรางวัลการประกวดโครงการชีววิถีฯ ระดับประเทศ ประจำปี 2558 ให้กับสถานศึกษา ครู นักศึกษา ประชาชน และชุมชนที่มีการดำเนินงานดีเด่น รวม 8 ประเภท ได้แก่ การดำเนินงานภายในวิทยาลัยดีเด่น, ครู บุคลากรทางการศึกษา นำไปใช้และขยายผลดีเด่น, นักศึกษาปัจจุบันของวิทยาลัย นำไปใช้และขยายผลดีเด่น, ราษฎรที่ได้รับความรู้จากวิทยาลัยและใช้ได้ผลดีเด่น,ชุมชนที่ได้รับความรู้จากวิทยาลัยและใช้ได้ผลดีเด่น, โรงเรียนที่ได้รับความรู้จากวิทยาลัยและใช้ได้ผลดีเด่น, การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ในโครงการชีววิถีฯ ดีเด่น และ งานวิจัยและนวัตกรรมในโครงการชีววิถีฯ ดีเด่น

20160512-P01-04

          ทั้งนี้ กฟผ. ดำเนินโครงการชีววิถีฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างธรรมชาติ และการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาใช้แทนสารเคมี ในการดำเนินงาน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเกษตร การประมง การปศุสัตว์ และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ราษฎร เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองและลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางโครงการชีววิถีฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เขื่อน และใต้แนวสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบันมีชุมชนต้นแบบทั้งหมด 26 แห่ง