022.jpg

กฟผ. แม่เมาะ ร่วมหารือภาครัฐหามาตรการป้องกันแก้ไขอุบัติเหตุ

          กฟผ. และหน่วยงานภาครัฐ ร่วมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ กรณีรถบรรทุกเทท้ายขนาด 90 ตัน และรถปิ๊กอัพเฉี่ยวชนกัน ในบริเวณพื้นที่การทำเหมือง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข พร้อมเร่งรัดการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

20160527-M01-01

          เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 เวลา 13.45 น. ได้เกิดเหตุรถบรรทุกเทท้ายขนาด 90 ตัน และรถปิ๊กอัพบริการงานซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรกลเหมืองของ บริษัท เมโทร แมชีนเนอรี่ จำกัด เฉี่ยวชนกัน ในพื้นที่การทำเหมืองแร่ถ่านหิน อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

          จากนั้น วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุมอาคารที่ทำการเหมืองแม่เมาะ นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในการประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ร่วมกับ นายไพรัตน์ เตชะวิวัฒนาการ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ (สรข.3) นายสุรพล มณีวรรณ หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง (สอจ.ลำปาง) นางวันทนา จันทร์เกตุ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำปาง นางพิกุล สัจจามรรค ประธานสมาคมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานภาคเหนือตอนบน นางชิษณุภรณ์ บุรีคำ ผู้แทนศูนย์ความปลอดภัยแรงงานเขต 5 และผู้เกี่ยวข้อง ประชุมและตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุร่วมกัน เพื่อหาข้อเท็จจริงถึงสาเหตุและกำหนดมาตรการการป้องกันแก้ไข

          รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กล่าวว่า กฟผ. เหมืองแม่เมาะ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ กฟผ.เหมืองแม่เมาะ และบริษัทฯ ได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว นอกจากนี้ได้เน้นกำชับคู่สัญญาให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่ กฟผ.เหมืองแม่เมาะ กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้น รวมถึงการอบรมก่อนเข้าพื้นที่ทำงานในบ่อเหมืองและการทบทวนการอบรมอย่างสม่ำเสมอ จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น กฟผ.เหมืองแม่เมาะ เร่งดำเนินการหาสาเหตุ และกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไข

20160527-M01-02

          กฟผ.เหมืองแม่เมาะได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อาทิ พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 เป็นต้น รวมถึงได้นำระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001 มาใช้ ตลอดจนมีการบริหารการจัดการอย่างเป็นระบบทั้งในส่วน กฟผ. และบริษัทคู่สัญญา เช่น การจัดอบรมเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ และเสริมสร้างทัศนคติด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งเน้นการบริหารการจัดการด้านความปลอดภัยในเชิงรุก เพื่อป้องกันความเสี่ยงและการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน