ความมั่นคงทางพลังงาน นับเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของยอรมนี พร้อมๆ กับการเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก สำหรับชาวเยอรมันแล้ว “ถ่านหิน” คือพลังงานที่สร้างความมั่งคั่งและมั่นคงเยอรมนี มานานนับศตวรรษจนถึงปัจจุบัน โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง โรงไฟฟ้าถ่านหิน Lünen เป็นอีกผลิตผลหนึ่ง ของการพัฒนาซึ่งได้ชื่อว่ามีประสิทธิภาพและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในระดับ “State-of-the-art”

20161011-A02-01

Ultra-supercritical (USC) เทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน

          โรงไฟฟ้าถ่านหิน Lünen กำลังผลิต 750 เมกะวัตต์ ของบริษัท Trianel Kohlekraftwerk Lünen ตั้งอยู่ริมคลอง Datteln-Hamm ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ห่างจากเมือง Dortmund 15 กิโลเมตร เริ่มสร้างเมื่อปี 2551 ด้วยเงินลงทุน 1.4 พันล้านยูโร และเริ่มจ่ายไฟฟ้าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 ให้กับบ้านเรือน 1.6 ล้านหลังคาเรือน

          โรงไฟฟ้า Lünen ใช้เทคโนโลยี Ultra-supercritical (USC) มีประสิทธิภาพการผลิตร้อยละ 46 (ระดับเดียวกับโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินนำเข้าคุณภาพดีของไทย) เทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วไปในยุโรปที่มีประสิทธิภาพร้อยละ 36 โรงไฟฟ้า Lünen จึงใช้ถ่านหินน้อยกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วไปร้อยละ 20 ในการผลิตไฟฟ้าปริมาณเท่ากัน และสามารถลดการปล่อย CO2 ได้ 1 ล้านตันต่อปี ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าถ่านหินที่สะอาดที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดในยุโรป และมีจุดเด่นตรงที่สามารถเดินเครื่องจ่ายไฟได้รวดเร็ว รองรับช่วงที่ปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลงกะทันหัน เมื่อลมและแสงอาทิตย์ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของประเทศเยอรมนีที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในปริมาณมาก

          ถ่านหินที่ป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าขนส่งมาโดยเรือ ผ่านคลอง Datteln-Hamm แล้วจึงลำเลียงสู่สายพานเข้าโรงไฟฟ้า โดยขั้นตอนการลำเลียงทั้งหมดเป็นระบบปิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่น

20161011-A02-02

ดูแลสิ่งแวดล้อมทุกกระเบียดนิ้ว

          โรงไฟฟ้ามีมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ สามารถจัดการให้ค่าและปริมาณของฝุ่นละออง CO2 ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนออกไซด์ ไนตริคออกไซด์ ที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมมลพิษ (Federal Pollution Control Act) ที่เข้มงวดของเยอรมนีและประชาคมยุโรป มีการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยอุปกรณ์ตรวจจับปริมาณและค่าของก๊าซเสีย และส่งข้อมูลทางออนไลน์ไปยังหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น

20161011-A02-03

          นอกจากนั้น ช่วงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ มีการสำรองพื้นที่เอาไว้เพื่อติดตั้งระบบการดักจับและการจัดเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Storage) หากระบบนี้สามารถใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ในอนาคต โรงไฟฟ้า Lünen จะพร้อมปรับปรุงให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้ทันที

20161011-A02-04

ในอ้อมกอดของเมืองดอร์ทมุนด์

          โรงไฟฟ้า Lünen อยู่ใกล้เมือง Dortmund แคว้นนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (North-Rhine Westphalia) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ หนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน Westphalia ศูนย์กลางอุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็ก เต็มไปด้วยสวนและแม่น้ำลำคลอง จึงเป็นเมืองที่ผู้คนและนักท่องเที่ยวนิยมเดินเท้าสำรวจและชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงาม มีสิ่งปลูกสร้างใจกลางเมือง ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ Dortmund คือ อาคาร Altes Stadthaus สถาปัตยกรรมเรอเนซองส์

20161011-A02-05

         เยอรมนี เป็นประเทศที่มีโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าที่มีพลังงานหมุนเวียนที่มีมากถึง 1 แสนเมกะวัตต์ขณะที่มีความต้องการไฟฟ้าเพียง 87,000 เมกะวัตต์ แต่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น แดดและลม มีความไม่แน่นอนจึงต้องมีการผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์อีกราว 93,000 เมกะวัตต์ ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินมีกำลังผลิตติดตั้งราว 50,000 เมกะวัตต์ เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 40 ของการผลิตพลังงานทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนผลิตไม่ได้ โรงไฟฟ้าถ่านหินจึงเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่สำคัญ ในการประคองระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงตลอดเวลา

          โรงไฟฟ้า Lünen โรงไฟฟ้าถ่านหินยุคใหม่ที่โดดเด่น ทั้งการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง การดูแลและเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้รับการยอมรับจากชาวเยอรมนี ประเทศที่ผู้คนพิถีพิถันด้านสิ่งแวดล้อมไม่น้อยหน้าใครในโลก

แปลและเรียบเรียง สุภร เหลืองกำจร
ที่มาข้อมูล
http://cornerstonemag.net/setting-the-benchmark-the-worlds-most-efficient-coal-fired-power-plants/
http://www.trianel-luenen.de/umwelt/