เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสนพระราชหฤทัยในด้านวิศวกรรมศาสตร์ แม้แต่ในเรื่อง “ของเล่น” ดังที่ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บรรยายไว้ในหนังสือ “ทำเป็นธรรม” ว่า

    “...เมื่อพระชันษาประมาณ 3 พรรษา เริ่มสนพระทัยและโปรดที่จะทำบ่อน้ำเล็กๆ ให้มีทางน้ำไหลไปตามต้องการ ทรงช่วยกันทำกับพระเชษฐา (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล) ทำคลอง ทำเขื่อนเก็บน้ำ และรอบๆ บ่อหากิ่งไม้มาปักเป็นการปลูกต้นไม้และประมาณ 7-8 พรรษา จึงได้ทรงสังเกตเห็นในการที่ผู้ใหญ่นำน้ำใส่อ่างให้เด็กเล็ก วิธีที่จะนำน้ำจากที่แห่งหนึ่งมาสู่ที่อีกแห่ง โดยทำให้ที่รับน้ำต่ำกว่าและทางให้น้ำไหลมาตามทางตลอดทาง ทำทางให้เรียบกันน้ำซึม โดยใช้ดินเหนียวปะหน้าและถูให้เรียบ ใช้วัสดุที่กลมกลิ้งให้เรียบ เพื่อน้ำจะได้ไหลได้สะดวกไม่มีก้อนดินหรือหินขรุขระกีดขวาง และทรงจำวิธีที่เขาทำได้จนบัดนี้...”

    หันมาในเรื่องของไฟฟ้า รถไฟขบวนเล็กๆ ของพระองค์ก็หาได้เป็นเพียงของเล่นเช่นดังเด็กทั่วไป

20161027 A01 01

20161027 A01 03

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ โปรดการเล่นสร้างเขื่อนจำลองกับพระเชษฐา

    พลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เล่าไว้ในหนังสือ “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อยังทรงพระเยาว์ว่า

    “...เมื่อทรงพระอนุชา พระเจ้าอยู่หัวทรงมีรถไฟเล็ก เป็นรถไฟไฟฟ้า พระองค์ท่านทรงประดิษฐ์ระบบการจ่ายไฟให้รถไฟเล็กวิ่งด้วยพระองค์เอง...”

    ความสนพระราชหฤทัยในเรื่องใกล้ตัวหลายเรื่องตั้งแต่ทรงพระเยาว์ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆ ที่เป็นต้นทางของการพัฒนาประเทศในห้วงเวลาต่อมา

20161027 A01 04

    หลังเสด็จขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2489 พระองค์ทรงมีโอกาสเสด็จฯ ขึ้นเหนือล่องใต้ไปถิ่นทุรกันดารทั่วเมืองไทย และทรงทราบว่าเรื่องเกี่ยวกับน้ำคือปัญหาหลักที่ราษฎรต้องเผชิญ ความสนพระราชหฤทัยของกษัตริย์นักพัฒนาพระองค์นี้ จึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการน้ำเพื่อให้ราษฎรมีน้ำในการทำการเกษตรอย่างเพียงพอ

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสถึงการจัดการทรัพยากรน้ำว่า

    “น้ำคือชีวิต...เป็นภารกิจของทุกคน”

    พระองค์มีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้หลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน เพื่อน้ำไปสู่การใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นธรรมและยั่งยืนตลอดไป ดังการจัดหาน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรมในรูปของเขื่อน อ่างเก็บน้ำฝายชะลอน้ำ แม้กระทั่งการจัดทำฝนหลวงรวมถึงการจำลองนำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ในศูนย์สาธิตต่างๆ มากมาย

    ด้วยเหตุนี้ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ” พระองค์ยังมีพระราชดำริให้นำน้ำที่กักเก็บเอาไว้มาใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการใช้ทรัพยากรโดยมองถึงองค์รวมได้เป็นอย่างดี