020.jpg

ปลัดกระทรวงพลังงานชี้ Energy 4.0 มุ่งนวัตกรรม และสานต่อพระราชดำริให้ชุมชนแข็งแรง

          กฟผ. รับทราบทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ Energy 4.0 ตามแนวทางกระทรวงพลังงาน ที่มุ่งเน้นทำตามแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมด้านพลังงาน และสานต่อแนวพระราชดำริให้ให้ครอบครัวมีกิน ชุมชนแข็งแรง

20161031 02

    เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานกรรมการ กฟผ. ให้เกียรติบรรยายพิเศษเรื่อง ทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย (Energy 4.0) เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. รับทราบทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศในทิศทางเดียวกัน โดยมี นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเปิดการบรรยาย พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เข้ารับฟังอย่างเนืองแน่น ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช อาคาร ต.040 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20161031 03

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ตามแนวทางของกระทรวงพลังงานที่ต้องการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง Energy 4.0 ซึ่งสอดคล้องกับ Thailand 4.0 กฟผ. จึงได้เรียนเชิญปลัดกระทรวงพลังงานมาบรรยายเรื่องทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศ (Energy 4.0) ในการนี้ขอขอบคุณปลัดกระทรวงพลังงานที่ได้มาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยในครั้งนี้

20161031 01

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานกรรมการ กฟผ. กล่าวว่า การทำงานที่ดีคือการบูรณาการ แต่คนทั้งองค์กรต้องเห็นภาพเดียวกัน ต้องมีเป้าหมายเดียวว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า กฟผ. จะเป็นยังไง และมองย้อนกลับมาว่าจะวางรากฐานยังไงเพื่อไปสู่จุดนั้น แต่ต้องสอดคล้องกับทิศทางพลังงานของประเทศด้วย

    สถานการณ์พลังงานไทยในปัจจุบัน ไทยมีมูลค่าการใช้พลังงาน คิดเป็น 2.08 ล้านล้านบาท โดยนำเข้าพลังงาน ได้แก่น้ำมัน คิดเป็นร้อยละ 75 รองมาคือ ถ่านหิน คิดเป็นร้อยละ 59 และก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 25 ในส่วนของการผลิตไฟฟ้ามีการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงมากกว่าร้อยละ 30 ส่วนภาคขนส่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงมากกว่าร้อยละ 70 เนื่องจากใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังมุ่งเน้นไปที่ความพยายามในการรักษาระดับค่าไฟฟ้าของประเทศ ซึ่ง ราคาค่าไฟทุกวันนี้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน แต่นักลงทุนไม่ได้ดูราคาค่าไฟปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่มองราคาในอนาคตด้วย โดยพิจารณาจากแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าว่ามาจากไหน หากแหล่งผลิตไฟฟ้ามาจากถ่านหินก็มั่นใจได้ว่าราคาถูก โดยประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 40 – 50 ส่วนไทยตั้งเป้าว่าจะมีสัดส่วนของเชื้อเพลิงถ่านหิน คิดเป็นร้อยละ 25 ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศในปี 2579 ฉะนั้นไทยต้องเรียกความมั่นใจจากนักลงทุนว่าอนาคตค่าไฟเราจะไม่แพง โดยเพิ่มสัดส่วนถ่านหินให้ได้ตามเป้า และเพิ่มการรับไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน (พลังน้ำจากต่างประเทศ) ซึ่งมีราคาถูก เพื่อเป็นการกระจายเชื้อเพลิงและลดค่าไฟฟ้าให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจได้

    สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ มีเป้าหมายในการกระจายเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ และเพิ่มในส่วนของเชื้อเพลิงถ่านหิน พลังงานทดแทน และพลังน้ำจากต่างประเทศ เน้นสร้างความมั่นคงในการจัดส่งพลังงานไฟฟ้า โดยการเชื่อมโยงสายส่งกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับการนำเข้าพลังงานทั้ง 4 ด้านของประเทศ ได้แก่ สหภาพเมียนมา ลาว มาเลเซีย และกัมพูชา

    “กฟผ. เป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้า แต่เรื่องการพัฒนาพลังงานทดแทน กฟผ. ยังน้อยอยู่มาก เรื่องพลังงานทดแทนไม่สามารถทิ้งได้เพราะเป็นกระแสที่สำคัญของโลกในปัจจุบันนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่าประเทศไทยจะทำเหมือนเยอรมนีไม่ได้ ที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเท่ากับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เพราะเยอรมนีต้องมีโรงไฟฟ้าหลักในปริมาณเท่ากับพลังงานทดแทนเนื่องจากต้องคอยสนับสนุนและรองรับความไม่เสถียรของไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งทำให้ค่าไฟแพงมาก โดยค่าไฟของเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 13 บาทต่อหน่วย ฉะนั้น กฟผ. ต้องเปลี่ยนมาศึกษาและวิจัยให้มากยิ่งขึ้นว่าจะทำอย่างไรให้พลังงานทดแทนมีความมั่นคงได้” ปลัดกระทรวง กล่าว

    ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปว่า เมื่อเข้าใจสถานการณ์พลังงานของไทยแล้ว ต่อไปจะเชื่อมโยงถึง Thailand 4.0 ซึ่งเน้นการพัฒนาประเทศด้วย creativity and innovation เป้าหมายคือหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง และมีแนวทางคือขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม โดย Energy 4.0 เป็นส่วนหนึ่งของ Thailand 4.0 มุ่งดำเนินการขับเคลื่อนใน 6 ด้านคือ Smart city / Smart Grid, Electrical Vehicles, Bio Economy, New Generation of Renewable, Smart Energy Management และ Public-Private Collaboration (ประชารัฐ)

    กระทรวงพลังงานได้เริ่มการขับเคลื่อน Energy 4.0 ไปแล้วบางส่วน ได้แก่ Smart city / Smart Grid โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดให้เอกชนร่วมออกแบบเมือง หรือหมู่บ้านในแนวทางของ smart city ซึ่งในปีหน้าจะเห็นไอเดียต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ของเอกชนในการร่วมกันพัฒนาประเทศ ในส่วนของ กฟผ. ต้องพัฒนา Smart Grid เพื่อรองรับพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงานจะเดินหน้าเต็มที่เรื่องพลังงานทดแทน โดยจะจัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนรายภาค เพราะแต่ละภาคมีศักยภาพในด้านพลังงานทดแทนไม่เหมือนกัน

    นอกจากนี้ จะมีการตั้ง Charging Station มากขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า และสุดท้ายโครงการประชารัฐ เป็นการต่อยอดแนวพระราชดำริจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงวางรากฐานไว้ โดยมีเป้าหมายคือให้ครอบครัวมีกิน ชุมชนแข็งแรง กระทรวงพลังงานมองว่าประเทศไทยจะไปถึง Thailand 4.0 ได้ ต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนด้วย กระทรวงพลังงานจึงเข้าไปส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน ให้เกิดรายได้จากการนำมูลสัตว์หรือพืชมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน

    “ทั้งหมดนี้คือทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย (Energy 4.0) ที่ กฟผ. จะต้องเข้าใจเพื่อนำไปดำเนินงานให้สอดคล้อง เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทย และสร้างพลังงานไทยให้มั่นคงตลอดไป” ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวในที่สุด