012.jpg

          กฟผ. รับทราบทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ Energy 4.0 ตามแนวทางกระทรวงพลังงาน ที่มุ่งเน้นทำตามแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมด้านพลังงาน และสานต่อแนวพระราชดำริให้ให้ครอบครัวมีกิน ชุมชนแข็งแรง

20161031 02

    เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานกรรมการ กฟผ. ให้เกียรติบรรยายพิเศษเรื่อง ทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย (Energy 4.0) เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. รับทราบทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศในทิศทางเดียวกัน โดยมี นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเปิดการบรรยาย พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เข้ารับฟังอย่างเนืองแน่น ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช อาคาร ต.040 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

20161031 03

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ตามแนวทางของกระทรวงพลังงานที่ต้องการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง Energy 4.0 ซึ่งสอดคล้องกับ Thailand 4.0 กฟผ. จึงได้เรียนเชิญปลัดกระทรวงพลังงานมาบรรยายเรื่องทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศ (Energy 4.0) ในการนี้ขอขอบคุณปลัดกระทรวงพลังงานที่ได้มาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยในครั้งนี้

20161031 01

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานกรรมการ กฟผ. กล่าวว่า การทำงานที่ดีคือการบูรณาการ แต่คนทั้งองค์กรต้องเห็นภาพเดียวกัน ต้องมีเป้าหมายเดียวว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า กฟผ. จะเป็นยังไง และมองย้อนกลับมาว่าจะวางรากฐานยังไงเพื่อไปสู่จุดนั้น แต่ต้องสอดคล้องกับทิศทางพลังงานของประเทศด้วย

    สถานการณ์พลังงานไทยในปัจจุบัน ไทยมีมูลค่าการใช้พลังงาน คิดเป็น 2.08 ล้านล้านบาท โดยนำเข้าพลังงาน ได้แก่น้ำมัน คิดเป็นร้อยละ 75 รองมาคือ ถ่านหิน คิดเป็นร้อยละ 59 และก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 25 ในส่วนของการผลิตไฟฟ้ามีการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงมากกว่าร้อยละ 30 ส่วนภาคขนส่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงมากกว่าร้อยละ 70 เนื่องจากใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังมุ่งเน้นไปที่ความพยายามในการรักษาระดับค่าไฟฟ้าของประเทศ ซึ่ง ราคาค่าไฟทุกวันนี้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน แต่นักลงทุนไม่ได้ดูราคาค่าไฟปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่มองราคาในอนาคตด้วย โดยพิจารณาจากแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าว่ามาจากไหน หากแหล่งผลิตไฟฟ้ามาจากถ่านหินก็มั่นใจได้ว่าราคาถูก โดยประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 40 – 50 ส่วนไทยตั้งเป้าว่าจะมีสัดส่วนของเชื้อเพลิงถ่านหิน คิดเป็นร้อยละ 25 ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศในปี 2579 ฉะนั้นไทยต้องเรียกความมั่นใจจากนักลงทุนว่าอนาคตค่าไฟเราจะไม่แพง โดยเพิ่มสัดส่วนถ่านหินให้ได้ตามเป้า และเพิ่มการรับไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน (พลังน้ำจากต่างประเทศ) ซึ่งมีราคาถูก เพื่อเป็นการกระจายเชื้อเพลิงและลดค่าไฟฟ้าให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจได้

    สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ มีเป้าหมายในการกระจายเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ และเพิ่มในส่วนของเชื้อเพลิงถ่านหิน พลังงานทดแทน และพลังน้ำจากต่างประเทศ เน้นสร้างความมั่นคงในการจัดส่งพลังงานไฟฟ้า โดยการเชื่อมโยงสายส่งกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับการนำเข้าพลังงานทั้ง 4 ด้านของประเทศ ได้แก่ สหภาพเมียนมา ลาว มาเลเซีย และกัมพูชา

    “กฟผ. เป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้า แต่เรื่องการพัฒนาพลังงานทดแทน กฟผ. ยังน้อยอยู่มาก เรื่องพลังงานทดแทนไม่สามารถทิ้งได้เพราะเป็นกระแสที่สำคัญของโลกในปัจจุบันนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่าประเทศไทยจะทำเหมือนเยอรมนีไม่ได้ ที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเท่ากับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เพราะเยอรมนีต้องมีโรงไฟฟ้าหลักในปริมาณเท่ากับพลังงานทดแทนเนื่องจากต้องคอยสนับสนุนและรองรับความไม่เสถียรของไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งทำให้ค่าไฟแพงมาก โดยค่าไฟของเยอรมนีอยู่ที่ประมาณ 13 บาทต่อหน่วย ฉะนั้น กฟผ. ต้องเปลี่ยนมาศึกษาและวิจัยให้มากยิ่งขึ้นว่าจะทำอย่างไรให้พลังงานทดแทนมีความมั่นคงได้” ปลัดกระทรวง กล่าว

    ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปว่า เมื่อเข้าใจสถานการณ์พลังงานของไทยแล้ว ต่อไปจะเชื่อมโยงถึง Thailand 4.0 ซึ่งเน้นการพัฒนาประเทศด้วย creativity and innovation เป้าหมายคือหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง และมีแนวทางคือขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม โดย Energy 4.0 เป็นส่วนหนึ่งของ Thailand 4.0 มุ่งดำเนินการขับเคลื่อนใน 6 ด้านคือ Smart city / Smart Grid, Electrical Vehicles, Bio Economy, New Generation of Renewable, Smart Energy Management และ Public-Private Collaboration (ประชารัฐ)

    กระทรวงพลังงานได้เริ่มการขับเคลื่อน Energy 4.0 ไปแล้วบางส่วน ได้แก่ Smart city / Smart Grid โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดให้เอกชนร่วมออกแบบเมือง หรือหมู่บ้านในแนวทางของ smart city ซึ่งในปีหน้าจะเห็นไอเดียต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ของเอกชนในการร่วมกันพัฒนาประเทศ ในส่วนของ กฟผ. ต้องพัฒนา Smart Grid เพื่อรองรับพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงานจะเดินหน้าเต็มที่เรื่องพลังงานทดแทน โดยจะจัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนรายภาค เพราะแต่ละภาคมีศักยภาพในด้านพลังงานทดแทนไม่เหมือนกัน

    นอกจากนี้ จะมีการตั้ง Charging Station มากขึ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า และสุดท้ายโครงการประชารัฐ เป็นการต่อยอดแนวพระราชดำริจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงวางรากฐานไว้ โดยมีเป้าหมายคือให้ครอบครัวมีกิน ชุมชนแข็งแรง กระทรวงพลังงานมองว่าประเทศไทยจะไปถึง Thailand 4.0 ได้ ต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนด้วย กระทรวงพลังงานจึงเข้าไปส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน ให้เกิดรายได้จากการนำมูลสัตว์หรือพืชมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน

    “ทั้งหมดนี้คือทิศทางการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย (Energy 4.0) ที่ กฟผ. จะต้องเข้าใจเพื่อนำไปดำเนินงานให้สอดคล้อง เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทย และสร้างพลังงานไทยให้มั่นคงตลอดไป” ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวในที่สุด