001.jpg

กฟผ. ชี้แจงค่าไฟฟ้าถ่านหินถูกกว่าแอลเอ็นจี อย่างน้อย 40 สต.

          กฟผ. แจงพร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐเรื่อง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ย้ำค่าไฟ ปี 2564 - 2565 ถ่านหินถูกกว่าแอลเอ็นจี 40 สต. ต่อหน่วย ยกตัวอย่างมาเลเซียยังสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแม้จะเป็นผู้ส่งออกแอลเอ็นจี

Kornrasit

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ในขณะนี้เร่งรวบรวมข้อมูลทุกด้านรวมทั้งความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสนอรัฐบาลประกอบการตัดสินใจจะเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ทั้งกระบี่และเทพาอย่างไร โดยยืนยันว่า โรงไฟฟ้าในภาคใต้จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้เพิ่มขึ้น แต่กำลังผลิตไม่เพียงพอ ซึ่งกรณีที่ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต สส.ประชาธิปัตย์เสนอใช้โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซแอลเอ็นจี เพราะต้นทุนก่อสร้างถูกกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่หากรวมค่าเชื้อเพลิงระยะยาวแล้ว ค่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจะถูกกว่า

    ทั้งนี้ จากข้อมูลของสถาบันพลังงาน IHS ENERGY ศึกษาแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงแอลเอ็นจีและถ่านหิน พบว่า ราคาแอลเอ็นจีที่ลดลงในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมาจากการพบ SHALE GAS ในสหรัฐอเมริกาทำให้ราคาแอลเอ็นจี ปี 2559 เป็นปีที่ต่ำสุด และในปีหน้าราคาจะค่อยๆ ทยอยปรับขึ้น ดังนั้น หากเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงถ่านหินแล้วเฉพาะปี 2564 - 2565 ค่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินประเมินว่าจะถูกกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซแอลเอ็นจีประมาณ 40 สตางค์ต่อหน่วย โดยหากคำนวณเฉพาะโรงไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์ ค่าไฟฟ้าจากถ่านหินจะถูกกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี และที่สำคัญการใช้ถ่านหินก็เป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาก๊าซมากเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ นายกรณ์น่าจะทราบดี

Press 20161209 02

     “ยอมรับว่าปีนี้แอลเอ็นจีราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับถ่านหินต้นทุนอาจไม่ต่างกัน แต่จากแนวโน้มราคาแอลเอ็นจีก็จะปรับขึ้น ค่าไฟฟ้าจะสูงกว่าถ่านหิน ประชาชนจะจ่ายแพงกว่าและที่สำคัญเราพึ่งพาก๊าซผลิตไฟฟ้าแล้วร้อยละ 67 หากพึ่งพามากขึ้นก็เป็นความเสี่ยง เราควรบริหารความเสี่ยงด้วยการพึ่งพาเชื้อเพลิงอื่นๆ

    ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนกำลังผลิตจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติสูงถึงร้อยละ 67 ถ้าไม่มีก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย จะทำให้กำลังผลิตหายไปประมาณ 10,500 เมกะวัตต์ ถ้าไม่มีก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาร์ จะทำให้กำลังผลิตหายไปประมาณ 6,000 เมกะวัตต์ ถ้าไม่มีก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง JDA จะทำให้กำลังผลิตหายไปประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ การพึ่งพาดังกล่าวทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดไฟดับหากว่าระบบส่งก๊าซธรรมชาติมีปัญหาจึงจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงไปใช้เชื้อเพลิงที่หลากหลายขึ้น

    นอกจากนี้ ทั่วโลกยังมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น เช่น มาเลเซีย ที่ส่งออก LNG และมีก๊าซฯ เป็นจำนวนมาก ยังสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในสัดส่วนร้อยละ 26 ของกำลังผลิต ในขณะที่ไทยมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 15 แบ่งเป็นสัดส่วนจากในประเทศเพียงร้อยละ 11.39 และจาก โรงไฟฟ้าหงสา สปป.ลาวร้อยละ 3.5 แม้แต่ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ก็อยู่ในระหว่างสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นจำนวนมาก หรือตัวอย่างของประเทศเวียดนาม ปัจจุบันได้ยกเลิกโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์โดยหันไปพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแทน โดยในเรื่องการจัดการเรื่องปัญหาภาวะโลกร้อนทั่วโลกก็ให้ความสำคัญประเทศไทยก็ให้ความสำคัญเช่นกัน แต่การกระจายเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคง รวมทั้งดูแลภาคประชาชนไม่ให้ค่าไฟฟ้าแพงมากเกินไปก็เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการด้วย

    “กฟผ. คงไม่ได้ทำประชามติ ถามความเห็นชาวกระบี่ แต่จะรวบรวมความเห็นด้วยรูปแบบอื่นๆเราก็ติดตามการเคลื่อนไหวของชุมชนอยู่ว่าเขาทำอะไรแล้วรายงานให้รัฐบาลทราบ ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนให้สร้าง ถ้ารัฐบาลจะไม่ให้สร้างก็ต้องด้วยสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นไม่ใช่มีสาเหตมาจากชุมชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ แต่ถ้ารัฐตัดสินไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ต้องเลือกพื้นที่อื่นสร้างแทน ซึ่งเป็นไปได้ทั้งถ่านหินและก๊าซฯ แต่กรณีกระบี่ต่อให้ใช้แอลเอ็นจีก็ต้องใช้เรือขนส่งเช่นเดียวกับถ่านหิน”