ญี่ปุ่นย้ำ เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ 45 โรง

          รัฐบาลญี่ปุ่นคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน จึงเดินหน้าแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ 45 โรง ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง ปล่อยคาร์บอนต่ำ (High-efficiency Low-emissions : HELE) หรือที่รู้จักกันในนามว่าเทคโนโลยี Ultra-supercritical ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 26 ใน พ.ศ. 2573 ตามที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ในความตกลงปารีส

20170203-ART01-01

นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น

          สำนักข่าวโตเกียวนำเสนอรายงานว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาในปี 2554 รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ หันมาสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินมากขึ้น และแม้จะมีกลุ่มสิ่งแวดล้อมออกมาคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่นายกรัฐมนตรียังคงเดินหน้าให้ประเทศมีโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าญี่ปุ่นจะยังมีพลังงานอื่น ๆ อย่างถ่านหินรองรับ ไม่ต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานใดเพียงแหล่งเดียว

          นาย Tom O’Sullivan นักวิเคราะห์พลังงาน แห่ง Mathyos Global Advisory สำนักงานโตเกียว กล่าวว่า “เนื่องจากญี่ปุ่นต้องนำเข้าเชื้อเพลิงกว่าร้อยละ 95 จึงมีความจำเป็นต้องมีการกระจายการใช้แหล่งเชื้อเพลิงให้หลากหลาย”

          โดยปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นำเข้าถ่านหินจากออสเตรเลียสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของถ่านหินที่ออสเตรเลียส่งออกทั้งหมด

          ในปี 2558 นายชินโซ อาเบะ ออกมาเรียกร้องให้เอเชียยังคงใช้ถ่านหิน ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน เพราะหากพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ จะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

20170203 ART01 02

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Isogo โรงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงของญี่ปุ่น

          ปัจจุบัน หนึ่งในโรงไฟฟ้าถ่านหินประสิทธิภาพสูงสุดของญี่ปุ่น คือโรงไฟฟ้า Isogo ใช้เทคโนโลยี Ultra-supercritical ซึ่งมีประสิทธิภาพด้านค่าความร้อนสูงถึงร้อยละ 45 จึงใช้เชื้อเพลิงถ่านหินน้อยกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินดั้งเดิมถึง 1 ใน 3 ส่งผลให้ปล่อยซัลเฟอร์น้อยลงร้อยละ 50 ปล่อยไนโตรเจนน้อยลงร้อยละ 80 ขณะที่การปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็กและคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงร้อยละ 70 และ 17 ตามลำดับ

          ทั้งนี้ ทางสถาบันวิจัยแห่งออสเตรเลีย The Commonwealth Scientific and Industrial Research Organization (CSIRO) ได้ให้ข้อมูลว่า ประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าของโลกในปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าร้อยละ 34 ซึ่งหากเพิ่มให้เป็นร้อยละ 40 จะเท่ากับว่าโลกสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2 กิกะตันต่อปี หรือเท่ากับปริมาณการปล่อยของประเทศอินเดียทั้งประเทศในปี 2557

แปลและเรียบเรียง สุภร เหลืองกำจร
ที่มา - https://theenergyadvocate.co.uk/2017/02/01/japan-build-45-new-coal-power-plants/
       - http://www.abc.net.au/news/2017-01-31/japan-coal-power-plants/8224302