034.jpg

48 ปี กฟผ. ปรับกลยุทธ์รับเทรนด์โลกสู่ Energy 4.0 มุ่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้มีเสถียรภาพ พร้อมสร้างสังคมไทยที่ยั่งยืน

          กฟผ. ครบรอบ 48 ปี ปรับตัวรับเทรนด์โลก ประกาศความมุ่งมั่นพร้อมก้าวสู่ Energy 4.0 ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) มาใช้เพื่อเพิ่มเสถียรภาพ พร้อมสืบสานพระราชปณิธานโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของคนไทย

20170502 PRE01 01

    วันนี้ (28 เมษายน 2560) นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้แถลงข่าวงานวันคล้ายวันสถาปนา“48 ปี กฟผ. องค์การใสสะอาด น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ” ว่า กฟผ. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2512 เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าของประเทศ จากกำลังผลิตติดตั้ง 907 เมกะวัตต์ เมื่อแรกก่อตั้งปัจจุบัน กฟผ. มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 16,385 เมกะวัตต์ คิดเป็น ร้อยละ 39.43 ของระบบผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศที่41,556.25 เมกะวัตต์ ซึ่งตลอด 48 ปีที่ผ่านมา กฟผ. มุ่งผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย ตามรอยพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย ในปี 2559 ต่อเนื่องถึงปี 2560 กฟผ. จึงได้ดำเนินโครงการ “กฟผ. น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ ชวนชาวไทยร่วมสานต่อ 9 พระราชปณิธานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวถึงก้าวต่อไปของ กฟผ. ว่า จะมุ่งสู่ Energy 4.0 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบไฟฟ้า ได้แก่ การพัฒนาเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) นำร่องที่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่ผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านระบบสารสนเทศ การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage) เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มีเสถียรภาพ และการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตไฟฟ้าได้ บางช่วงเวลาให้พึ่งพาได้ตลอดเวลา โดยจับคู่แหล่งผลิตตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในรูปแบบที่เรียกว่า Hybrid เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับและกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่ลำตะคอง จ.นครราชสีมา รวมถึงมีการเตรียมรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยพัฒนารถต้นแบบและสถานีชาร์จไฟฟ้า ตลอดจนเตรียมพัฒนาพื้นที่ สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) บนพื้นที่ 300 ไร่ เพื่อเป็นต้นแบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นได้ว่า กฟผ. เป็นส่วนหนึ่งในขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนให้บรรลุตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 - 2579 (AEDP 2015) พร้อมทั้งวิจัยพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน

20170502 PRE01 02

    นอกจากนี้ ผู้ว่าการ กฟผ. ยังกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ซึ่งกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กฟผ. ได้เดินหน้าผลักดันและพัฒนาการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน โดยต้องดูแลให้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างเหมาะสม ให้สอดคล้องกับนโยบายของนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการ กฟผ. ที่ต้องการให้ กฟผ. เป็นองค์กรหลักในการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะในส่วนที่เอกชนไม่สามารถลงทุนได้ และทำให้เกิดความเสถียร ซึ่งจะนำเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage ) เข้ามาเสริม โดยแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในส่วนของ กฟผ. จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจาก 513 เมกะวัตต์ เป็น 2,000 เมกะวัตต์ ในช่วง 20 ปีข้างหน้าคือจากปัจจุบันไปจนถึงปี 2579

    ในส่วนของการพัฒนา Energy Storage นั้น กฟผ. ได้มีโครงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage) ในระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อควบคุมการจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้เสถียร บริหารความแออัดในสายส่ง และสามารถกักเก็บและจ่ายไฟฟ้าในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าสูงได้ ในพื้นที่ที่มีพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์กระจุกตัว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง และมีแผนจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2561

20170502 PRE01 03

    ขณะเดียวกัน กฟผ. ได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบต่อสังคมตามมาตรฐานสากล ISO 26000 ทั้งในเรื่อง CSR in Process หรือ CSR ในกระบวนการทำงาน เช่น การผลิตไฟฟ้าด้วยคุณภาพมาตรฐานสากล (ISO / CSR - DIW) การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในสนธิสัญญา COP 21 ที่ กฟผ. ร่วมรับผิดชอบเป้าหมายของประเทศ โดย กฟผ. มีเป้าหมายชัดเจนที่จะลดให้ได้ 4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2563 และ 8 ล้านตันฯ ในปี 2568 และ 12 ล้านตันฯ ในปี 2573นอกจากนี้ ในปี 2560 กฟผ. ได้เปิดรับคนพิการเป็นพนักงาน 20 อัตรา รวมทั้งการจ้างงานอัตราท้องถิ่นด้วย ส่วน CSR after Process หรือการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสังคม กฟผ. มีการสร้างชุมชนต้นแบบชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 32 แห่งทั่วประเทศ การปลูกป่า กฟผ. ซึ่งปลูกแล้วถึง 4.6 แสนไร่ การรณรงค์ประหยัดพลังงานที่นอกจากผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ปีนี้จะมีการพัฒนาเสื้อเบอร์ 5 ที่ไม่จำเป็นต้องรีด ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ ส่วนการส่งเสริมกีฬา เช่น กีฬายกน้ำหนัก ในปี 2560 – 2563 ได้เพิ่มการสนับสนุนสมาคมยกน้ำหนักฯ จากปีละ 16 ล้านบาท เป็น 20 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมนักกีฬาไทยคว้าชัยโอลิมปิก ตลอดจนก่อสร้าง ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. 8 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง และเตรียมจะเปิดเพิ่มในปี 2560ที่ กฟผ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี

    จากความมุ่งมั่นดังกล่าวข้างต้นทำให้ กฟผ. ได้รับรางวัลต่างๆ อาทิ รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ปี 2559 รางวัล Thailand Energy Awards 2016 รางวัล EIA Monitoring Awards 2016 ซึ่ง 9 โครงการของ กฟผ. ได้รับรางวัลจากการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น และเหมืองแม่เมาะได้รับรางวัล Green Mining Awards 2016 รวมถึง 30 หน่วยงาน กฟผ. ได้รับรางวัลรางวัลสถานประกอบการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย ปี 2559 ทางด้านการวิจัย 4 ผลงานของ กฟผ. ได้รับรางวัลจากงาน 45th International Exhibition of Inventions of Geneva ณ สหพันธรัฐสวิส ด้านการเงิน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 ได้รับรางวัล SET Award 2016 และเพื่อยืนยันถึงความโปร่งใส กฟผ. ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศในการจัดทำแผนงานเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใส จากสำนักงาน ป.ป.ช.

    “48 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้สร้างสมความเชี่ยวชาญ บุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามั่นคง สนับสนุนการพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย ตามรอยพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเป็นต้นแบบความหมั่นเพียร เรียนรู้อย่างเป็นระบบ ยึดถือส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ ภาพยนตร์โฆษณา กฟผ. ชุดใหม่ที่มีชื่อว่า “แสงไฟที่ไม่มีวันดับ” จะออกสู่สายตาประชาชน แสดงถึงความยึดมั่นดำเนินงานตามพระราชปณิธานเพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของคนไทยสืบไป”