โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 ชุดที่ 1-2

section-head-development-project

1. ความเป็นมาของโครงการ

         จากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 (PDP 2015) กำหนดให้มีโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 จ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปี 2565 เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ชุดที่ 1-2 ที่จะถูกปลดจากระบบภายใน ปี 2563 และ 2565 ตามลำดับ และเป็นการเสริมความมั่นคงของระบบในเขตนครหลวงตอนล่าง และป้องกันการเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในอนาคต

         ในปี พ.ศ. 2560 กฟผ. จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 ซึ่งมีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง (Gross Capacity) ประมาณ 1,470 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก และน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ได้ภายในปี พ.ศ.2565 เพื่อทดแทนกำลังผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ชุดที่ 1-2 ที่จะขาดหายไปจากระบบไฟฟ้าประมาณ 953 เมกะวัตต์ ดังนั้น เมื่อรวมกำลังผลิตไฟฟ้าที่มีทั้งหมดของโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ 3 โรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทน ระยะที่ 1 และโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 จะทำให้ขนาดกำลังผลิตติดตั้งรวมของโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ประมาณ 3,587.6 เมกะวัตต์ ดังแสดงในตาราง

20170802 EXT01 01

2. ที่ตั้งและขนาดพื้นที่โครงการ

         โรงไฟฟ้าพระนครใต้ในปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 314 ไร่ 1 งาน 22 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ไปทางตะวันตกประมาณ 7 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง ดังนี้

         ทิศเหนือ : ติดกับคลองบางฝ้ายและบ้านบางฝ้าย เขตพื้นที่เทศบาลปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

         ทิศใต้ : ติดกับแม่น้าเจ้าพระยา

         ทิศตะวันออก : ติดกับบ้านบางโปรง เขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางโปรง อำเภอเมือง สมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

         ทิศตะวันตก : ติดกับแม่น้าเจ้าพระยาและคลองบางนางเกรง ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 จะก่อสร้างภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ปัจจุบัน โดยใช้พื้นที่ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ เครื่องที่ 1-5 และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ 1 เป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการ ซึ่งจะต้องมีการรื้อถอนโรงไฟฟ้าเดิมออกก่อนการก่อสร้างโครงการ

 

3. ขนาดกำลังผลิต

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม มีขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุดประมาณ 1,470 เมกะวัตต์ ดังนั้น ภายหลังมีโครงการฯ โรงไฟฟ้าพระนครใต้จะมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งหมด ประมาณ 3,587.6 เมกะวัตต์

 

4. กระบวนการผลิต

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมแบบ Single Shaft Combined Cycle โดยมีเครื่องกังหันก๊าซ (Combustion Turbine-Generator; GT) และเครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine-Generator; ST) แต่ละชุดติดตั้งอยู่บนชุดเพลาเดียวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องกังหันก๊าซ เครื่องกังหันไอน้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยใช้พลังความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ เป็นพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องกังหันก๊าซ และใช้ก๊าซร้อนที่ออกจากเครื่องกังหันก๊าซซึ่งยังคงมีอุณหภูมิสูงอยู่ ไปผ่านเครื่องผลิตไอน้ำ (Heat Recovery Steam Generator: HRSG) และถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำ ทำให้น้ำเดือดเป็นไอไปขับเครื่องกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งต่อร่วมอยู่บนเพลาเดียวกันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้น กระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานความร้อนร่วม จึงเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

20170802 EXT01 02

 

5. อุปกรณ์หลักของโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 มีดังต่อไปนี้

         (1) เครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ จำนวน 2 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า เครื่องละประมาณ 487 เมกะวัตต์

         (2) เครื่องผลิตไอน้ำ จำนวน 2 เครื่อง

         (3) เครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ จำนวน 2 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า เครื่องละประมาณ 248 เมกะวัตต์

         (4) เครื่องควบแน่น ทำหน้าที่ควบแน่นไอน้าที่ออกจากเครื่องกังหันไอน้ำให้เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำ เพื่อนำกลับไปใช้ในระบบผลิตไอน้ำอีกครั้งหนึ่ง

         (5) หอหล่อเย็น ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ระบายมาจากเครื่องควบแน่นให้เย็นลงก่อน เพื่อที่จะนำหมุนเวียนกลับไปใช้ใหม่ โดยมีน้ำบางส่วนระบายออกที่ค่าดัชนีหมุนเวียน 1.2 รอบ ก่อนระบายออกสู่ระบบระบายน้ำ และแม่น้ำเจ้าพระยา

         (6) อุปกรณ์ไฟฟ้าหลัก ประกอบด้วย หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อจ่ายไฟเข้าสู่ระบบสายส่ง 230 กิโลโวลต์ และอุปกรณ์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า

         (7) ระบบควบคุมและอุปกรณ์ตรวจวัด ประกอบด้วย ห้องควบคุม DCIS (Distributed Control and Information System) ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องอิเล็กทรอนิกส์และรีเลย์

 

6. ระบบส่งไฟฟ้า

         โรงไฟฟ้าพระนครใต้ จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของ กฟผ. ผ่านสถานีไฟฟ้าแรงสูง พระนครใต้ ขนาด 230 กิโลโวลต์ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงแห่งอื่นๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วยสายส่งไฟฟ้าที่ระดับแรงดัน 230 กิโลโวลต์

 

7. การใช้เชื้อเพลิง

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก แหล่งก๊าซธรรมชาติรับมาจากอ่าวไทย และก๊าซธรรมชาติเหลวจากการนำเข้า (LNG) ซึ่งโครงการฯ มีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ในอัตราสูงสุดประมาณ 212.82 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และใช้น้ามันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองในกรณีฉุกเฉิน หรือกรณีที่ ปตท. ไม่สามารถส่งก๊าซธรรมชาติได้ตามกำหนด มีปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดีเซล 5.54 ล้านลิตรต่อวัน โดยซื้อจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะขนส่งทางเรือบรรทุกน้ำมันจากคลังน้ำมันบางจาก และ/หรือ คลังน้ำมันศรีราชา แล้วนำมาเก็บไว้ในถังเก็บน้ำมันสำรอง ขนาด 15 ล้านลิตร จำนวน 2 ถัง เพื่อสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉินได้เป็นระยะเวลา 3 วัน

 

8. การใช้น้ำ

8.1 ระยะก่อสร้าง

         น้ำที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 จะรับจากการประปานครหลวงสูงสุด 190 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แบ่งออกเป็น น้ำใช้อุปโภค-บริโภค ประมาณ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (คาดการณ์จากคนงานก่อสร้าง 3,000 คน ปริมาณการใช้น้ำประมาณ 60 ลิตรต่อคนต่อวัน) และใช้ในกิจกรรมก่อสร้าง ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

8.2 ระยะดำเนินการ

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 จะมีการใช้น้ำจาก 2 แหล่ง คือ สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อใช้เป็นน้ำหล่อเย็นในระบบระบายความร้อนของโครงการฯ ประมาณ 205,826 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และน้ำประปาจากการประปานครหลวงมาใช้ภายในโรงไฟฟ้า กรณีเดินเครื่องโดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ประมาณ 1,023 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนกรณีเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง ใช้น้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

 

9. การระบายมลสารและระบบควบคุม

9.1 มลสารทางอากาศ

ระยะก่อสร้าง

         ผลกระทบต่อคุณภาพอากาศที่เกิดขึ้นในระยะก่อสร้าง ส่วนใหญ่จะเกิดจากการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองที่เกิดจากกิจกรรมการก่อสร้าง การคมนาคมขนส่งคนงานและเครื่องจักรอุปกรณ์ ซึ่งฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่และหนัก ทาให้การฟุ้งกระจายเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณก่อสร้างและจะเกิดในระยะสั้น สำหรับระดับของผลกระทบที่เกิดขึ้น จะขึ้นกับขนาดของกิจกรรม และลักษณะของกิจกรรมที่ทำการก่อสร้างในช่วงระยะเวลาต่างๆ ส่วนใหญ่การดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างต่างๆ ภายในพื้นที่โครงการฯ จะดำเนินการไม่พร้อมกัน ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเกิดในช่วงระยะเวลาต่างๆ กันด้วย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการก่อสร้างจะต้องมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากฝุ่นละอองเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดด้วย

ระยะดำเนินการ

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก และใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง การดำเนินการของโครงการฯ คาดว่าจะมีผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมลสารทางอากาศที่สำคัญ คือ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และฝุ่นละออง นอกจากนี้โครงการได้ออกแบบให้ใช้หัวฉีดเผาไหม้เป็นระบบลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (Dry Low NOx Burner) กรณีเดินเครื่องด้วยก๊าซธรรมชาติ ซึ่งติดตั้งในห้องเผาไหม้ของเครื่องกังหันก๊าซ เพื่อควบคุมอัตราการอัดก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ห้องเผาไหม้ และลดอุณหภูมิเพื่อลดการเกิดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ส่วนกรณีเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล จะใช้ระบบ Dry Low NOx Burner หรือระบบ Water Injection โดยการฉีดน้ำปราศจากแร่ธาตุเข้าสู่ห้องเผาไหม้เพื่อลดอุณหภูมิการเผาไหม้ และลดการเกิด NOx สาหรับการตรวจวัดการระบายมลสารจากปล่องของโครงการฯ จะติดตั้งเครื่องตรวจวัดปริมาณ NOx แบบต่อเนื่อง (CEMs) ไว้ที่ปล่องระบายอากาศ เพื่อตรวจวัดค่าความเข้มข้นของ NOx และควบคุมการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

9.2 น้ำทิ้ง

ระยะก่อสร้าง

         น้ำทิ้งจากการก่อสร้างโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 คาดว่ามีปริมาณสูงสุดประมาณ 154 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คำนวณจากอัตราร้อยละ 80 ของปริมาณน้ำใช้ และน้าทิ้งจากกิจกรรมก่อสร้างประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ระยะดำเนินการ

         น้ำทิ้งในระยะดำเนินการของโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

(1) น้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต

         โครงการฯ มีน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตในระยะดำเนินการ รวมประมาณ 97 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ดังนี้

         - น้ำทิ้งจากการอุปโภคบริโภค ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

         - น้ำทิ้งจากการล้างเครื่องจักรและอุปกรณ์ ประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

         - น้ำทิ้งจากการปนเปื้อนสารเคมี ประมาณ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

         - น้ำทิ้งจากระบบผลิตน้าปราศจากแร่ธาตุ ประมาณ 62 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

(2) น้ำทิ้งจากกระบวนการหล่อเย็น

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 มีน้ำทิ้งหล่อเย็นประมาณ 172,136 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะนำไปผ่านหอหล่อเย็นเพื่อลดอุณหภูมิ ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ภายหลังมีโครงการฯ ปริมาณน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต และน้ำทิ้งหล่อเย็น จะลดลงจากปัจจุบัน

9.3 กากของเสีย

ระยะก่อสร้าง

         กากของเสียและขยะมูลฝอยในระยะก่อสร้างโครงการ มีปริมาณและการจัดการ ดังนี้

         (1) ขยะจากคนงาน เช่น เศษอาหาร และถุงพลาสติก เป็นต้น ประมาณ 2,550 กิโลกรัมต่อวัน (คาดว่าในช่วงรื้อถอนและก่อสร้างจะมีการจ้างคนงานสูงสุด ประมาณ 3,000 คน คำนวณจากอัตราการเกิดขยะมูลฝอย 0.85 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน โครงการฯ จะจัดถังขนาด 200 ลิตร พร้อมฝาปิดมิดชิด ตั้งกระจายในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง จากนั้นจะรวบรวมและจัดเก็บใส่ถุงดำ และกำหนดให้ผู้รับเหมารวบรวมให้หน่วยงานท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการดำเนินการนำไปกำจัด

         (2) เศษเหล็กรวมถังน้ำมัน และเศษไม้ ประมาณ 500 ตัน และ 10 ตัน ตามลาดับ กำหนดให้ผู้รับเหมาขายให้ร้านรับซื้อเพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่

         (3) เศษปูนซีเมนต์ ประมาณ 1,200 ตัน ให้ผู้รับเหมาขนไปทิ้งนอกพื้นที่ก่อสร้าง

         (4) น้ำปนเปื้อนน้ำมันหรือสารเคมี ประมาณ 1,000 ลิตร จะรวบรวมใส่ถังขนาด 200 ลิตร โดยให้ผู้รับเหมาส่งไปกำจัดยังบริษัทที่ได้รับอนุญาตดำเนินการกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ระยะดำเนินการ

         กากของเสียและขยะมูลฝอยที่เกิดจากโครงการฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กากของเสียจากสำนักงาน กากของเสียจากกระบวนการผลิต และกากของเสียจากอาคารสูบน้ำหล่อเย็น รายละเอียดดังต่อไปนี้

(1) กากของเสียจากสำนักงาน

         กากของเสียจากสำนักงาน โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 จะมีขยะประมาณ 100 กิโลกรัมต่อวัน โดยจะเก็บรวบรวมไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด สาหรับขยะทั่วไปจะประสานงานให้ อบต.บางโปรง ดำเนินการเก็บขนขยะและนำไปกำจัดเป็นประจำทุกวัน ส่วนขยะอันตราย จะรวบรวมไปเก็บไว้บริเวณที่จัดสำหรับเก็บกากของเสียอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เพื่อให้บริษัทรับกำจัดกากของเสียที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม มารับไปกำจัดต่อไป

(2) กากของเสียจากกระบวนการผลิต ประกอบด้วย

         - ไส้กรองน้ำ ประมาณ 30 ชิ้นต่อเดือน และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทน ระยะที่ 1 มีประมาณ 30 ชิ้นต่อเดือน จะเก็บรวบรวมไว้และส่งให้บริษัทรับกาจัดที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

         - MF/RO Membrane มีปริมาณไม่แน่นอน จะรวบรวมและส่งให้บริษัทรับกำจัดที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

         - น้ำมันที่เสื่อมสภาพ ประมาณ 22 ลูกบาศก์เมตรต่อปี จะรวบรวมใส่ถังขนาด 200 ลิตร พร้อมปิดฝามิดชิด รวบรวมและส่งให้บริษัทรับกำจัดที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

         - แผ่นไส้กรองอากาศ ประมาณ 17 ตันต่อปี จะเก็บรวบรวมไว้ และส่งให้บริษัทรับกำจัดที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

(3) ขยะมูลฝอยจากอาคารสูบน้ำหล่อเย็น

         ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นบริเวณอาคารสูบน้ำหล่อเย็น เป็นขยะมูลฝอยที่ลอยมาจากแม่น้าเจ้าพระยา แล้วมาติดกับตะแกรงกันขยะบริเวณโรงสูบน้ำ โครงการฯ จะมีขยะบริเวณอาคารสูบน้ำหล่อเย็น ประมาณ 215 กิโลกรัมต่อวัน โดยจะรวบรวมไว้ในพื้นที่จัดเก็บเฉพาะ และประสานงานให้ อบต.บางโปรง ดำเนินการจัดเก็บเป็นประจำทุกวัน

 

10. งานศึกษาและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)

         โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 มีขนาดกำลังผลิตติดตั้งสูงสุดประมาณ 1,470 เมกะวัตต์ ทำให้กำลังการผลิตรวมของโรงไฟฟ้าพระนครใต้รวมทั้งหมดเป็น 3,587.6 เมกะวัตต์ จึงเป็นโครงการที่เข้าข่ายตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 31 สิงหาคม 2553 เรื่องกำหนดประเภท ขนาด และวิธีปฏิบัติ สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงฯ พ.ศ. 2553 ที่กำหนดให้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นระบบพลังความร้อนร่วมชนิด Combined Cycle ขนาดกำลังผลิตกระแสไฟฟ้ารวมตั้งแต่ 3,000 เมกะวัตต์ขึ้นไป ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสาหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ

         การศึกษาครั้งนี้ กฟผ. ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่โดยรอบโครงการ โดยจะมีการดำเนินกระบวนการการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้มีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วง กังวลในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโครงการฯ ก่อนที่จะดำเนินการศึกษาในขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยมีแนวทางการดำเนินงานเป็นไปตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 29 ธันวาคม 2552 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 และแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประเมินผลกระทบทางสังคมในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

         สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (Public Scoping) (ค.1) โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 2 วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2560 ระหว่างเวลา 08.30-12.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ 2 เทศบาลเมืองปู่ เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดงจังหวัดสมุทรปราการ