035.jpg

กฟผ. เตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.บ. กฟผ. ใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และกฎหมายในปัจจุบัน

20170915 PRE02 01

         รองผู้ว่าการกฎหมายและธรรมาภิบาล กฟผ. เผยเตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.บ. กฟผ. เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และกฎหมายในปัจจุบัน และเพื่อให้มีความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ยิ่งขึ้น

20170915 PRE02 02

         นางจุรีย์ สมประสงค์ รองผู้ว่าการกฎหมายและธรรมาภิบาล (รวกม.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (พ.ร.บ. กฟผ.) พ.ศ. 2511 ซึ่งมีการปรับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2535 และยังบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ นับเป็นเวลานาน 25 ปี แล้ว ทำให้มีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับกฎหมายอื่นๆ ที่ใช้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจทั่วไป เช่น พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ จึงเห็นควรที่ พ.ร.บ. กฟผ. ต้องมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว เช่น เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการรัฐวิสาหกิจ ในมาตรา 16 นอกจากนี้ในมาตรา 24 เดิมนั้น กำหนดว่าผู้ทำการแทนผู้ว่าการ กฟผ. หรือผู้รักษาการผู้ว่าการ กฟผ. ไม่มีอำนาจทำการแทนในฐานะกรรมการฯ หากตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. ว่างลง หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้นเพื่อให้การประชุมคณะกรรมการ กฟผ.ดำเนินการต่อไปได้ในกรณีที่ตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. ว่างลง จึงได้เสนอแก้ไขมาตรา 24 โดยกำหนดให้เป็นผู้ทำการแทนผู้ว่าการ กฟผ. หรือผู้รักษาการมีอำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการด้วย ทั้งนี้เป็นการแก้ไขตามหนังสือสั่งการของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่ให้รัฐวิสาหกิจกำหนดให้ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้เพื่อแก้ปัญหากรณีประธานกรรมการอาจพ้นตำแหน่งก่อนวาระ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถจัดการประชุมคณะกรรมการ กฟผ. ได้ อาจส่งผลกระทบให้ภารกิจสำคัญต่างๆ ที่ต้องขออนุมัติล่าช้าออกไป จึงได้เพิ่มเติมข้อกำหนดให้คณะกรรมการเท่าที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เว้นแต่กรรมการที่เหลืออยู่มีไม่ถึง 7 คน

         รวกม. กล่าวต่อไปว่า การเสนอแก้ไข พ.ร.บ. กฟผ. ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการแก้ไขภารกิจหลักของ กฟผ. ซี่งยังคงเป็นไปตามเดิม คือ มีหน้าที่เป็นผู้ผลิต จัดหาให้ได้มา จัดส่งหรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ก่อสร้างระบบส่ง รวมทั้งผลิตและจัดหาเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า สำหรับในส่วนที่เสนอแก้ไขนั้น เพื่อให้มีความชัดเจนขึ้นในเรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของ กฟผ. ซึ่ง พ.ร.บ. กฟผ. มาตรา 6 ได้กำหนดให้ กฟผ.ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องหรือต่อเนื่องกับกิจการของ กฟผ.ได้ แต่ยังมีปัญหาในการตีความที่แตกต่างกันไปว่า แค่ไหนอย่างไรที่จะถือว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการ กฟผ. การเสนอแก้ไข พ.ร.บ. กฟผ. ครั้งนี้ จึงกำหนดให้ชัดเจนขึ้นว่า กฟผ.สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ในการนำทรัพย์สินที่กฟผ. มีอยู่จากการลงทุนในภารกิจหลักและเหลือใช้ให้สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้เพิ่มเพื่อนำมาลงทุนผลิตไฟฟ้าต่อเนื่อง เป็นการลดภาระหนี้สาธารณะ และลดภาระการอุดหนุนของรัฐ เช่น สาย Fiber Optic ที่ใช้ในงานระบบสายส่งตามภารกิจหลัก หากมีเหลือใช้งานก็ควรนำมาทำประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มได้ หรือในการดำเนินการอื่นๆ ที่กำหนดชัดว่าเป็นภารกิจเกี่ยวเนื่องที่ กฟผ. สามารถดำเนินการได้ นอกจากนี้ ในมาตรา 9 ที่กำหนดอำนาจดำเนินการต่างๆ ที่ กฟผ.มีอำนาจทำได้ภายใต้วัตถุประสงค์นั้น ได้มีการเสนอเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในบางเรื่อง

         สำหรับการเสนอแก้ไข พ.ร.บ. กฟผ. ครั้งนี้ เป็นการแก้ไขให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ของ กฟผ. และมั่นใจได้ว่าการดำเนินการต่างๆของ กฟผ. เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงเพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศและประชาชนโดยรวม ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ก่อนการแก้ไขกฎหมายต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้อง โดยได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.lawamendment.go.th และ www.egat.co.th ตั้งแต่วันที่ 7 -21 กันยายน 2560 รวมทั้งมีหนังสือไปขอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจะมีการรวบรวมสรุปเพื่อประกอบการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

>> ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ที่นี่ <<