016.jpg

กระทรวงพลังงาน กฟผ. น้อมสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านการประหยัด จัดประกวดออกแบบเสื้อยับ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ใหม่ ปี 2560

20170921 PRE01 01

         กระทรวงพลังงาน โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดประกวดการออกแบบเสื้อยับ เป็นครั้งแรก ในโครงการ กฟผ. น้อมสืบสาน 9 พระราชปณิธานฯ พร้อมลงนามความร่วมมือ และมอบโล่โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5

20170921 PRE01 02 20170921 PRE01 04

         วานนี้ (20 กันยายน 2560) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน “Sparking DSM” และมอบรางวัลการประกวดออกแบบเสื้อยับในระดับอุดมศึกษา พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือและมอบโล่โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ประจำปี 2560 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม A – C โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบิดาแห่งการพลังงานไทย มาปฏิบัติและใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานตลอดมา ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ยังประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม อย่างยั่งยืน โดยกระทรวงพลังงานได้กำหนดนโยบายในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ด้วยการส่งเสริมและผลักดันการอนุรักษ์พลังงานอย่าง เต็มรูปแบบ อาทิ พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน พร้อมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูง เพื่อลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าและลดภาวะโลกร้อน รวมถึงสร้างจิตสำนึกของผู้บริโภคในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ กฟผ. ดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวที่มุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงานของอุปกรณ์และติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นสัญลักษณ์ ตลอดจนรณรงค์ให้ประชาชน มีความรู้ ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงาน ส่งผลดีต่อการลดใช้พลังงานในอนาคตและช่วยลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

20170921 PRE01 08

         ด้าน นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวถึงการดำเนินงานว่า กฟผ. ได้จัดทำโครงการ “กฟผ. น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ ชวนชาวไทยร่วมสานต่อ 9 พระราชปณิธานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ เผยแพร่พระราชกรณียกิจ และแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนชาวไทย ผ่านพระราชปณิธาน 9 ด้าน ซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมระหว่าง กฟผ. กับองค์กรทุกภาคส่วน โดยในส่วนพระราชปณิธานลำดับที่ 7 “พระราชปณิธานด้านการประหยัด” ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่ทรงเป็นแบบอย่างเสมอมา แม้ กฟผ. จะมีหน้าที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้า แต่ยังรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดและใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากการดำเนินงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า หรือ DSM ตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ประเทศประหยัดพลังงานลงได้ประมาณ 4,380 เมกะวัตต์ และช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 14.8 ล้านตัน

20170921 PRE01 09

         สำหรับด้านอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน กฟผ. ได้จัดทำโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการผลิต นำเข้า จำหน่าย อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมรณรงค์โฆษณาประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความร่วมมือในการดำเนินงานเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการจำนวน 165 บริษัท ส่งผลให้ ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นสัญลักษณ์ของความประหยัด และเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปี 2560 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการติดฉลากเบอร์ 5 แล้ว จำนวน 29 ผลิตภัณฑ์ จ่ายฉลากไปแล้วประมาณ 330 ล้านดวง ซึ่งนับรวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มีการลงนามความร่วมมือไปแล้ว และติดฉลากเบอร์ 5 ในปีนี้ จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภค และเครื่องซักผ้าถังตั้ง ถังคู่

20170921 PRE01 05 20170921 PRE01 06

         “นอกจากนี้ ในปี 2560 กฟผ. ได้ดำเนินงานตามรอยพระราชปณิธานด้านการประหยัด แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) การลงนามข้อตกลงระหว่าง กฟผ. กับผู้ประกอบการในการจัดทำ “เสื้อเบอร์ 5” โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเสื้อ ทั้งจากโรงงานผลิตเสื้อและบริษัทต่าง ๆ รวมจำนวน 22 ราย ในการปรับปรุงเนื้อผ้า เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในการรีด อันจะนำไปสู่การติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ในปี 2561 ซึ่งผู้ประกอบการเสื้ออาจจะนำไปผลิตและขายเสื้อเบอร์ 5 ต่อไป และ 2) การจัดประกวดการออกแบบเสื้อยับในระดับอุดมศึกษา ให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และมีความเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวน 40 ทีม ทีมละไม่เกิน 3 คน โดยแต่ละทีมจะออกแบบเสื้อยับด้วยภาพกราฟฟิก สำหรับผู้ชาย 1 ชุดและผู้หญิง 1 ชุด หลังจากนั้นจะมีการคัดเลือกและให้คำแนะนำเพื่อนำไปผลิตผลงานจริง จนถึงวันนี้มีทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 9 ทีม ซึ่งได้นำผลงานจริงที่ออกแบบมาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ และในเวทีเดียวกันนี้ผู้บริหาร กฟผ. ก็ได้ร่วมเดินรณรงค์สวมใส่เสื้อยับด้วย ทั้งนี้ ในอนาคต กฟผ. จะมีนโยบายรณรงค์ให้พนักงาน และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสวมใส่เสื้อเบอร์ 5 อีกด้วย” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติม

20170921 PRE01 03 20170921 PRE01 07

         สำหรับผู้ประกอบการเสื้อ ที่เข้าร่วมลงนามความร่วมมือโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จำนวน 22 ราย ได้แก่ บริษัท กู๊ดสตาร์ท จำกัด , บริษัท เกียรติสวัสดิ์เท็กไทล์ จำกัด , ร้าน โกลเด้น การ์เม้นท์ , บริษัท เจ พี เอ็น อินเตอร์ (2016) จำกัด , บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ท็อป เทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท ที ที เอช เทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท เทพอินทราชัย แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด , บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด , บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ไทยสินดีเทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปุณยบุญทิพย์ จำกัด , บริษัท แปซิฟิคการทอ จำกัด , บริษัท พาลาดิน เวิร์คแวร์ จำกัด , บริษัท ยูไนเต็ด เท็กซ์ไทล์มิลส์ จำกัด , บริษัท โรงพิมพ์ย้อมผ้าไทย จำกัด (มหาชน) , บริษัท อาร์ ที ดี อุตสาหกรรมสิ่งทอ จำกัด , บริษัท อินเตอร์คอต จำกัด , บริษัท เอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น จำกัด , บริษัท แอลฟ่าโปรเซสซิ่ง จำกัด และบริษัท ไอ ดี นิตติ้ง จำกัด

         ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ได้รับโล่จากการเข้าร่วมโครงการตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภคเบอร์ 5 จำนวน 3 ราย ได้แก่ บริษัท มาซูม่า (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ศิริธนา เครื่องเย็น จำกัด และบริษัท อิมาร์เฟล็กซ์ อินดัสเตรียล จำกัด ในส่วน ผู้ประกอบการที่ได้รับโล่จากการเข้าร่วมโครงการเครื่องซักผ้าชนิดถังตั้ง ถังคู่เบอร์ 5 จำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด , บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด , บริษัท พานาโซนิค แอ็พไลแอ็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ฮิตาชิ คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไฮเออร์ อีเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

         สำหรับ ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบเสื้อยับ ได้แก่ ทีมจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม จากผลงาน “Nature is calling” ซึ่งได้รับเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตร ทีมจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และทีมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ตามลำดับ รวมทั้ง ทีมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ก็ได้รับรางวัล Popular Vote ด้วย

20170921 PRE01 10

20170921 PRE01 11 20170921 PRE01 12 20170921 PRE01 13

20170921 PRE01 14

20170921 PRE01 15