โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง

lamtakong-project

ระยะที่ 1

         กฟผ. ได้ดำเนินการโครงการติดตั้งกังหันลมขนาด 1.25 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2551 และติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552 ทั้งนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 145 ล้านบาท ถือว่าเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า โดยกังหันลมที่มีกำลังผลิตรวมมากที่สุดในประเทศไทย สามารถทดแทนการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 0.82 ล้านลิตร/ปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนได้ประมาณ 2,011 ตัน/ปี

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

  1. เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลด้านพลังงานทดแทนแก่นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป
  2. พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพราะนำพลังงานลมมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า
  3. ตอบสนองนโยบายภาครัฐโดยนำพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ในประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  4. ขยายการพัฒนาไฟฟ้าไปสู่ชนบทได้อย่างทั่วถึง

 

ระยะที่ 2

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

         ตามที่กระทรวงพลังงานได้มียุทธศาสตร์การพัฒนาพลังงานทดแทน พ.ศ.2551 - 2565 โดยในส่วนของการผลิตไฟฟ้า ได้มีเป้าหมายที่จะให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนชนิดต่างๆ ดังเช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังน้ำขนาดเล็ก พลังงานชีวมวล เป็นต้นนั้น ในส่วนของ กฟผ. หลังจากที่ดำเนินการก่อสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาด 1,250 กิโลวัตต์ จำนวน 2 ชุด บริเวณรอบอ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองแบบสูบกลับ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เริ่มจ่ายไฟฟ้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2552 ได้พบว่า โครงการดังกล่าวสามารถผลิตไฟฟ้าได้เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ในบริเวณพื้นที่ทิศเหนือของที่ตั้งกังหันลมปัจจุบันก็เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพลมสูงเช่นกัน ดังนั้น เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ของกระทรวงพลังงาน จึงขอเสนอโครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง ระยะที่ 2

lamtakong project 02

สถานที่ตั้งโครงการ

         จากการศึกษาศักยภาพพลังงานลม พบว่า บริเวณที่มีความเหมาะสมคือบริเวณสันเขาบ้านเขายายเที่ยงเหนือ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา บริเวณทิศเหนือของอ่างพักน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคอง ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1B

lamtakong project 03

การอนุมัติโครงการฯ การขออนุญาต และการแจ้งก่อสร้างอาคาร

  • ครม. อนุมัติโครงการฯ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2554
  • คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2556
  • การขออนุญาตใช้พื้นที่ กฟผ. ได้รับการอนุมัติ และดำเนินการชำระเงินค่าชดเชยให้กับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2557
  • การขออนุญาตตั้งโรงงาน เนื่องจากพื้นที่ที่จะดำเนินการอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 บี ซึ่งไม่สามารถตั้งโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมได้คณะรัฐมนตรี ได้มีมติแจ้งให้กระทรวงอุตสาหกรรมแก้ไขกฎกระทรวง และได้แก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 24 (พ.ศ.2558) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ในราชกิจจานุเบกษา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558
  • การแจ้งการก่อสร้างอาคารตาม พรบ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
    1. อาคารกังหันลมต้น ที่ 1,2,3,4,9,10,11 และอาคารประกอบ ได้ยื่นขออนุญาตต่อ อบต.หนองสาหร่าย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ได้รับใบอนุญาตเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559
    2. อาคารกังหันลมต้น ที่ 5,6,7,8,12 และอาคารประกอบ ได้ยื่นขออนุญาตต่อ อบต. คลองไผ่ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ได้รับการตอบรับแจ้ง ก่อสร้างอาคารเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560

ขนาดกำลังผลิตและลักษณะทางเทคนิคของกังหันลม

         เป็นกังหันลมผลิตไฟฟ้าสำหรับความเร็วลมต่ำ ขนาดกำลังผลิตสุทธิ 24 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยกังหันลมผลิตไฟฟ้า จำนวน 12 ชุด ชุดละ 2 เมกะวัตต์ ขนาดความสูงของเสา 94 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางใบพัด 116 เมตร พร้อมนำระบบพัฒนาเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม (Wind Hydrogen Hybrid) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปของก๊าซไฮโดรเจนและแปลงกลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าเมื่อต้องการใช้ ด้วยระบบ Fuel Cell ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถใช้ทำ balancing คือการเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลม ซึ่งมีความไม่แน่นอนแล้วนำมาจ่ายให้กับอาคารศูนย์เรียนรู้ด้านพลังงาน ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในเชิงประจักษ์

lamtakong project 04

หลักการทำงานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า

         เมื่อมีลมพัดผ่านใบกังหัน พลังงานจลน์ที่เกิดจากลมจะทำให้ใบพัดของกังหันเกิดการหมุนและได้เป็น “พลังงานกล” ออกมา พลังงานกลจากแกนหมุนของกังหันลมจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็น “พลังงานไฟฟ้า” โดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออยู่กับแกนหมุนของกังหันลมจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านระบบควบคุมไฟฟ้า และจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบต่อไป โดยปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขึ้นอยู่กับความเร็วของลม ความยาวของใบพัด และสถานที่ติดตั้งกังหันลม

lamtakong project 05

ระบบพัฒนาเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม (Wind Hydrogen Hybrid)

         ระบบ Wind Hydrogen Hybrid จะใช้พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากกังหันลม มาแยกก๊าซไฮโดรเจนออกจากน้ำโดยผ่านกระบวนการ Electrolysis และอัดก๊าซไฮโดรเจนเก็บไว้ในถังความดัน สำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้ 300 kW ผ่าน Fuel Cell ระบบดังกล่าวสามารถใช้ทำ Balancing คือการเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย เช่น ช่วงเวลากลางคืน แล้วมาจ่ายไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้ามากใน ช่วงกลางวัน พร้อมทั้งได้จ่ายไฟฟ้าให้กับอาคารศูนย์เรียนรู้ด้านพลังงานซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

lamtakong project 06

หลักการทำงาน

  • การแยกน้ำเพื่อผลิตก๊าซไฮโดรเจนด้วยกระบวนการ Electrolysis ทำโดยให้แรงดันผ่านขั้ว Anode และ Cathode ที่อยู่ในน้ำ
  • แรงดันตํ่าขนาด 1.75-2.2 V DC สามารถทำให้น้ำแยกเป็น Oxygen และ Hydrogen Proton ที่ Anode
  • Membrane จะแยก Hydrogen Proton ออกจาก Oxygen และให้ผ่านไปที่ Cathode เพื่อรวมกับ Electron กลายเป็นก๊าซ Hydrogen

lamtakong project 07

วงเงินงบประมาณ

  • กังหันลมผลิตไฟฟ้า จำนวน 12 ต้น วงเงินงบประมาณ 1,407 ล้านบาท
  • ระบบพัฒนาเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม (Wind Hydrogen Hybrid) วงเงินงบประมาณ 234 ล้านบาท

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคองระยะที่ 2 ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 37.8 ล้านหน่วย/ปี
  2. สามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 37.8 ล้านหน่วย ซึ่งสามารถทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ประมาณ 9.1 ล้านลิตร/ปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตไฟฟ้า ได้ประมาณ 22,000 ตัน/ปี นอกจากนั้นโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ กฟผ. จะดำเนินการพัฒนาเป็นโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด ((Clean Development Mechanism : CDM)
  3. เป็นโครงการนำร่องต้นแบบสำหรับทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่

ระบบส่งไฟฟ้า

         โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าลำตะคอง ระยะที่ 2 มีความสะดวกในการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้า เนื่องจากมีแนวสายส่ง 115 เควี พาดผ่าน โดย กฟผ. จะตัดสายส่ง 115 เควี ปากช่อง - สีคิ้ว จำนวน 1 วงจร ลงที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง 115 เควี แห่งใหม่ ด้วยเสาไฟฟ้าวงจรคู่ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และติดตั้งหม้อแปลง 115/22 เควี ขนาด 25 เอ็มวีเอ จำนวน 1 ชุด พร้อมก่อสร้าง Collector System Station และเชื่อมโยงกับกังหันลมแต่ละต้นด้วยสายส่ง 22 เควี แบบฝังใต้ดิน

ความก้าวหน้าโครงการ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2560

  1. ความก้าวหน้าร่วม 90.27% ช้ากว่าแผน 8.50%
  2. งานปรับพื้นที่และก่อสร้างถนนดำเนินการแล้วเสร็จ
  3. งานก่อสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้า แล้วเสร็จ 91.43% ช้ากว่าแผน 7.07%
    • ออก LOI เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559
    • กำหนด COD ตามสัญญา วันที่ 5 ตุลาคม 2560
  4. งานก่อสร้างระบบพัฒนาเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม แล้วเสร็จ 81% ช้ากว่าแผน 19%
    • ออก LOI เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559
    • กำหนด COD ตามสัญญา วันที่ 5 กันยายน 2560

หมายเหตุ :

  • ทำพิธียกเสากังหันลมต้นแรก (ตำแหน่งกังหันลมต้นที่ 8) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560
  • ปัจจุบันดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จทั้ง 12 ต้น อยู่ระหว่างเริ่มงาน Commissioning