IEA คาดอาเซียนยังคงเพิ่มการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า ไปอีก 2 ทศวรรษ

         องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เปิดเผยรายงานแนวโน้มพลังงานโลก 2017 (World Energy Outlook 2017) ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะบริโภคถ่านหินมากขึ้น เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่หาได้ง่ายและต้นทุนต่ำ แม้ว่าจะมีความพยายามในการเพิ่มกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียน

         “อาเซียน รวมไปถึงอินเดีย และประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในเอเชีย เป็นศูนย์กลางการเติบโตหลักของความต้องการถ่านหินที่เพิ่มขึ้นของโลก” ไออีเอ ระบุเพิ่มเติมว่า ในอีก 25 ปีข้างหน้า ปริมาณการใช้ถ่านหินที่เพิ่มขึ้นนั้น จะนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าถึง 3 ใน 4

         ในปี 2583 สัดส่วนการใช้ถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้าในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 35 ในปัจจุบัน เป็นร้อยละ 40 ขณะที่สัดส่วนการใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 30 จากปัจจุบันที่มีถึงร้อยละ 45

         รายงานของไออีเอ ระบุต่อไปว่า ประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย และปากีสถาน จะต้องหันมาพึ่งพาพลังงานถ่านหินจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานภายในประเทศ ขณะที่ การนำเข้าถ่านหินของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมไปถึงจีนจะนำเข้าลดลง

พลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดียเติบโตแรง

         อินเดีย คือ เป้าหมายหลักของเหล่าประเทศผู้ส่งออกถ่านหินทั่วโลก เนื่องจากความต้องการใช้ถ่านหินในอินเดียเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.2 ต่อปี ทว่า ความต้องการที่มากขึ้นอาจไม่ได้ทำให้เกิดการนำเข้าเพิ่มขึ้นเสมอไป เพราะกำลังผลิตถ่านหินในประเทศที่มากขึ้น รวมไปถึงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่มากขึ้น

         ทั้งนี้ อินเดียได้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยคาดว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดียกำลังผลิตอีก 370,000 เมกะวัตต์ จะเดินเครื่องภายในปี 2583 ซึ่งในจำนวนนี้ 50,000 เมกะวัตต์ ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่มากขึ้น อาจทำให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากต้นทุนของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ลดลง และอาจช่วยให้ความต้องการถ่านหินในอนาคตลดลง

สถานการณ์เจ้าพ่อถ่านหิน ‘ออสเตรเลีย–อินโดนีเซีย’

         ไออีเอ ประเมินว่า สำหรับประเทศผู้ส่งออกถ่านหิน เช่น ออสเตรเลีย จะส่งออกถ่านหินมากขึ้น แม้ว่าราคาถ่านหินจะลดต่ำลง อย่างไรก็ตาม เหมืองถ่านหินในออสเตรเลียได้ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ผ่านจากปรับลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

         ในส่วนของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกถ่านหินอันดับต้นๆ ของโลก ได้มีการวางแผนผลิตถ่านหินให้ได้ 400 ล้านตัน ในปี 2562 ที่จะมุ่งใช้ภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้แนวโน้มการส่งออกถ่านหินในอินโดนีเซียมีปริมาณลดลง ทว่า ไออีเอ ระบุว่า ประเทศผู้ส่งออกถ่านหินอื่นๆ จะเข้ามาทดแทนปริมาณส่งออกที่หายไปของอินโดนีเซียได้

 

แปลและเรียบเรียงโดย กันตา ศรีคนองเกียรติ

ที่มา https://www.platts.com/latest-news/coal/singapore/southeast-asia-to-push-up-coal-use-especially-27888326