014.jpg

การแก้ปัญหา ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้


         จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 กฟผ. ได้เร่งแก้ไขและทยอยจ่ายไฟฟ้า จนสามารถกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อมูลข่าวสารที่ได้เผยแพร่แก่ประชาชน ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์เป็นระยะๆ  จนสามารถนำระบบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กฟผ. ได้รวบรวมประเด็นคำถาม คำตอบ ที่ประชาชนสนใจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ถาม : สาเหตุของไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556

ตอบ : เนื่องจากสายส่งหลักที่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปยังภาคใต้มี 4 วงจร ประกอบด้วย สายส่ง 500 กิโลโวลต์ 2 วงจร และสายส่ง 230 กิโลโวลต์ 2 วงจร เหตุการณ์ไฟฟ้าดับเกิดจากสายส่ง 500 กิโลโวลต์ จอมบึง-บางสะพาน 2 วงจร 1 ถูกฟ้าผ่า ที่ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ส่งผลให้เกิดการลัดวงจร ระบบป้องกันสายส่งจึงสั่งปลดสายส่งออกจากระบบ ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีการปลดสายส่ง 500 กิโลโวลต์ บางสะพาน 2 –จอมบึง อีกวงจร เพื่อซ่อมบำรุง(ก่อนการบำรุงรักษาสายส่ง ได้ทำการประเมินสภาพระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานการควบคุมระบบแล้ว) กระแสไฟฟ้าจากภาคกลางทั้งหมด จึงจ่ายผ่านสายส่ง 230 กิโลโวลต์ หัวหิน–ประจวบคีรีขันธ์ วงจร 1 และ 2 ที่เหลืออยู่  แต่เนื่องจากสายส่งมีขนาดเล็ก ไม่สามารถส่งไฟฟ้าเกินพิกัดได้ ทำให้เกิดสภาพกำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอกับความต้องการ ความถี่ในระบบไฟฟ้าจึงลดต่ำกว่ามาตรฐาน จนโรงไฟฟ้าทั้งหมดในภาคใต้ที่เดินเครื่องอยู่ ปลดตัวเอง(หยุดเดินเครื่อง)อัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยของโรงไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงมา ตั้งแต่เวลา 18.52 น.

101-HL-img01

ถาม : ทำไมฟ้าผ่าสายส่งเส้นเดียว ทำให้ไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัดได้

ตอบ : ตามข้อเท็จจริงที่กล่าวมา ฟ้าผ่าไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้ฟ้าดับ แต่เกิดจากเหตุการณ์ซ้ำซ้อนต่อเนื่อง จนระบบส่งไฟฟ้าภาคใต้ทั้งระบบสูญเสียเสถียรภาพ โรงไฟฟ้าในภาคใต้ทั้งหมดที่เดินเครื่องอยู่ ประมาณ 1,692 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าจะนะ โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซสุราษฎร์ธานี โรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา โรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง และโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก จึงหยุดเดินเครื่องอัตโนมัติ นำไปสู่เหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ 

ถาม : กฟผ. ใช้เวลานานในการแก้ไข ทั้งที่เคยโฆษณาว่า สามารถแก้ไฟฟ้าดับได้ในเวลา 10 นาที

ตอบ : เวลา 10 นาที หมายถึง ขั้นตอนเริ่มต้น ในการขนานเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยตัวโรงไฟฟ้าเอง(Black start) ในขณะที่ไม่มีแหล่งไฟฟ้าจากภายนอก จนถึงการพร้อมจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีไฟฟ้าข้างเคียง แต่ในเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดไฟดับทั้งภาคใต้ ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการนำไฟฟ้ากลับคืนปกติ ที่ยุ่งยากและซับซ้อนกว่า Black start 

  อย่างไรก็ตาม หลังจากไฟฟ้าดับ ในเวลา 18.52 น. กฟผ. ได้จ่ายไฟฟ้ากลับคืนสถานีไฟฟ้าแรกที่ สถานีไฟฟ้าหลังสวน จ.ชุมพร ในเวลา 19.05 น. หรือ 13 นาทีหลังจากไฟฟ้าดับ จนถึงเวลา 21.00 น. สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ประมาณ 1300 เมกะวัตต์ หรือ 62 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ และเวลา 23.37 น. สามารถจ่ายไฟฟ้าให้แก่ภาคใต้ได้ทั้งหมด 

         โดยสรุป จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ กฟผ. ได้จ่ายไฟฟ้าให้แก่พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งแต่เวลา 13 นาที - 2 ชั่วโมง และพื้นที่ที่ไฟฟ้าดับนานที่สุดคิดเป็น 4 ชั่วโมง 45 นาที

101-HL-img02

ถาม : ไฟฟ้าดับเกิดจากการมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่ไม่เพียงพอจริงหรือไม่

ตอบ : สาเหตุของไฟฟ้าดับในวันดังกล่าว มาจากระบบส่งจากภาคกลางสู่ภาคใต้ขัดข้องจากฟ้าผ่าสายส่ง อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับความจริงว่า การมีกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องส่งกระแสไฟฟ้าในระยะทางไกล ประกอบกับการส่งไฟฟ้าไปยังภาคใต้มีลักษณะเป็นคอขวดตามสภาพภูมิประเทศ ทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าพื้นที่อื่น 

101-HL-img03

         โดยระบบไฟฟ้าในภาคใต้  มีกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น 2,349.5 เมกะวัตต์ และมีสายส่งเชื่อมโยงรับไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียอีก 300 เมกะวัตต์ มีความต้องการใช้สูงสุดในปัจจุบัน 2423.9 เมกะวัตต์ และมีอัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6 ต่อปี 

         สำหรับวันที่ไฟฟ้าดับ มีความต้องการไฟฟ้าราว 2,200 เมกะวัตต์  มีโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องอยู่ราว 1,600 เมกะวัตต์ เนื่องจากโรงไฟฟ้าบางแห่งหยุดซ่อมบำรุง และบางโรงหยุดเดินเครื่องเป็นโรงไฟฟ้าสำรอง  จึงรับไฟฟ้าจากภาคกลางจำนวน 430 เมกะวัตต์ และรับจากประเทศมาเลเซียอีก 30 เมกะวัตต์  

101-HL-img04

ถาม : จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กฟผ. จะรับผิดชอบและป้องกันอย่างไร

ตอบ : คณะกรรมการ กฟผ. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด รวมทั้ง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เร็กกูเลเตอร์) ได้ตั้งคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วน พิจารณาสาเหตุ ความเสียหาย และความรับผิดชอบ อย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย 

  สำหรับการแก้ไขและป้องกันปัญหาในอนาคต กฟผ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับการบริหารจัดการระบบสายส่งไฟฟ้าและสายจำหน่าย ให้มีการบูรณาการเพื่อสามารถแก้ไข และป้องกันปัญหาได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้ง การขยายระบบสายส่งไฟฟ้าสำหรับอนาคต อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ กฟผ. ขออภัยพี่น้องประชาชนในความเดือดร้อนและวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะนำปัญหา และอุปสรรคต่างๆ มาเป็นบทเรียนในการดำเนินการอย่างดีที่สุด เพื่อรักษาความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา