ถอดบทเรียน “ศาสตร์พระราชา” สู่ “เขื่อนสิรินธรโมเดล”

เพื่อ “ชีวิตที่ดีกว่า” ของชุมชนรอบ กฟผ.

 

         ความแห้งแล้ง ความลำบาก ความยากจน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ของทุกชีวิต ถ้าเลือกได้ ทุกๆ คนคงอยากที่จะมีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ สะดวกสบาย มีรายได้หาเลี้ยงชีพเพียงพอที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุข กฟผ. จึงไม่ได้นิ่งนอนใจ อะไรที่สามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนดีขึ้นได้ เรายินดีที่จะทำ อย่างน้อยๆ ก็ชุมชนที่อยู่โดยรอบหน่วยงาน กฟผ. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่ง กฟผ. ได้ดำเนินงานโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด

 

20180208 ART01 01

“เราอยู่ได้ ประชาชนอยู่ได้ ผู้บริโภคอยู่ได้ ชุมชนเราอยู่ได้”
มาลี นนท์ศิริ ผู้ใหญ่บ้านโนนสำราญ ที่ กฟผ. ให้การสนับสนุนเรื่องปลูกผักอินทรีย์
และ เส็ง ธรรมวิจิต ผู้รับรางวัลเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่น ประจำปี 2560 รางวัลครัวเรือนสัมมาชีพระดับจังหวัด

 

         “โครงการเขื่อนสิริธรโมเดล” อุบลราชธานี ริเริ่มขึ้นในปี 2559 เป็นโครงการที่น้อมนำแนวทางของ “ดอยตุงโมเดล” คือ “ศาสตร์พระราชา” และ “ตำราแม่ฟ้าหลวง” มาปรับใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ท้องถิ่น และสังคมโดยรอบพื้นที่เขื่อนสิรินธรของ กฟผ. โดยหลักการสำคัญคือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชนสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองและมีความสุข และหวังให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับหน่วยงาน กฟผ. ในจังหวัดอื่นๆ ในการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมต่อไป

 

         สำหรับ “ดอยตุงโมเดล” คือการพลิกฟื้น “ดอยตุง” จากพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งในอดีตนั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ไม่มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้กลายเป็นพื้นที่ทำกินของชาวไทยภูเขาและชนกลุ่มน้อย 6 เผ่า มีการพัฒนาอย่างมีระบบแบบแผนและมียุทธศาสตร์ทำให้ “ภูเขาหัวโล้น”กลายเป็นพื้นที่ป่า ทุกคนได้รับสัญชาติไทยได้เข้าถึงระบบการศึกษา มีวิชาชีพเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงดูตัวเองได้เข้มแข็ง ยืนบนลำแข้งของตนเองได้ในที่สุด

 

20180208 ART01 02

 

         กฟผ. จึงได้ศึกษาความสำเร็จของ “ดอยตุงโมเดล” เพื่อถอดบทเรียนมาใช้ในการพัฒนา “โครงการเขื่อนสิรินธรโมเดล” เริ่มต้นโดยผู้ว่าการ กฟผ. กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ และผู้บริหาร ได้ไปศึกษาดูงานที่โครงการดอยตุง จังหวัดเชียงราย เพื่อให้เข้าใจถึงหลักการแนวคิดศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวง และได้เริ่มตั้งทีมงานเพื่อลงมือทำให้โครงการนี้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้ โดยได้มีการลงพื้นที่เพื่อศึกษาทำความเข้าใจสภาพภูมิประเทศ สภาพสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ความพร้อมและความต้องการของชุมชน และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่และสร้างเครือข่าย ลงเจาะลึกในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานในเขื่อนสิรินธรและจิตอาสาผู้ที่มาทำงานในโครงการฯ เข้าใจลึกซึ้งในความตั้งใจที่จะพัฒนาชุมชนจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นการ “ระเบิดจากข้างใน” เพราะเมื่อมีใจที่จะทำแล้ว เชื่อว่าผลลัพธ์จะออกมาดีอย่างแน่นอน

 

20180208 ART01 03

20180208 ART01 04

 

         ในส่วนการดำเนินโครงการเขื่อนสิริธรโมเดลนั้น ได้ใช้ความสามารถและศักยภาพที่ กฟผ. มีร่วมกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาชุมชน อาทิ ส่วนราชการ สถานศึกษา เพราะอยากให้ทุกคนที่อยู่รอบ กฟผ. มีความสุข สำหรับโครงการในตอนนี้เริ่มทำได้เพียงหนึ่งปี แต่ยังเดินหน้าพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ มุ่งมั่นในการพัฒนาสังคมชุมชนรอบเขื่อนสิรินธรให้พ้นจากความยากจน มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

20180208 ART01 05

20180208 ART01 06

20180208 ART01 07

20180208 ART01 07

 

ทั้งนี้ โครงการเขื่อนสิริธร มีหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน 6 ด้านคือ

1. ชุมชนต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น 
2. ต้องมีตลาดรองรับผลผลิตของชุมชน 
3. ฟังเสียงความต้องการของชุมชน 
4. สร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยที่ไม่ใช่เป็นการให้เปล่า และหากชาวบ้านมีกำไรเหลือจะนำไปจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาต่อยอดต่อไป 
5. สร้างศูนย์การเรียนรู้ โดยทำต้นแบบให้ชาวบ้านได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้และให้ชาวบ้านลงมือปฏิบัติเอง
6. สร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์พัฒนาอาชีพของชุมชน โดยปัจจุบันมีสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถช่วยชุมชนได้จริงแล้วถึง 5 ผลงาน ได้แก่ เครื่องย้อมสีเส้นไหมและฝ้ายแบบใช้หม้อต้มประหยัดพลังงาน เครื่องอบแห้งปลาแก้วระบบหมุนวนโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องกวักเส้นไหมและเส้นฝ้ายมีระบบปั่นหลอดด้ายในตัว เครื่องสับมันสำปะหลัง และเตาอบลดความชื้นให้ข้าวเปลือก

 

20180208 ART01 09

เครื่องย้อมสีเส้นไหมและฝ้ายแบบใช้หม้อต้มประหยัดพลังงาน

20180208 ART01 10

เครื่องอบแห้งปลาแก้วระบบหมุนวนโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

20180208 ART01 11

เครื่องกวักเส้นไหมและเส้นฝ้ายมีระบบปั่นหลอดด้ายในตัว

20180208 ART01 12

เครื่องสับมันสำปะหลัง

20180208 ART01 13

เตาอบลดความชื้นให้ข้าวเปลือก

 

         สำหรับเป้าหมายของโครงการในปี 2561 นี้คือ การสร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยการปรับปรุงเขื่อนสิรินธรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าโอทอปของชุมชน อาทิ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผักออร์แกนิค ปลาแก้ว ปลาส้ม เป็นต้น และเดินหน้าตามแผนงานโครงการที่ได้วางไว้ให้สำเร็จโดยเร็ว