006.jpg

20180211 PRE01 01

         กฟผ. ยืนยัน กรณีปัญหาอากาศแปรปรวนและเกิดฝุ่นละอองหรือพีเอ็ม 2.5 ไมครอน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แต่อย่างใด เพราะได้ดำเนินการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลทุกด้านตลอดมา และสามารถตรวจสอบได้

         ว่าที่พันตรีอนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง หรือพีเอ็ม 2.5 ไมครอน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงนี้นั้น เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน ไม่ได้เกิดจากการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แต่อย่างใด โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินงานภายใต้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายกำหนดทุกด้าน โดย กฟผ. ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งบริเวณปากปล่องโรงไฟฟ้าและการตรวดวัดในบรรยากาศ โดยบริเวณปากปล่องโรงไฟฟ้ามีการตรวจวัดฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน โลหะหนัก สารปรอท แคดเมียม สารหนู และสารตะกั่ว สำหรับการตรวจวัดในบรรยากาศ มีการตรวจวัดฝุ่นละอองรวม ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ฝุ่นละอองขนาดขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และตรวจวัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งผลการตรวจวัดมีค่าดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดทุกพื้นที่และทุกครั้งที่ทำการตรวจวัด

         “กฟผ. ขอยืนยันว่า ปัญหาฝุ่นละอองหรือ พีเอ็ม 2.5 ไมครอนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้มาจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และไม่ได้มาจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. อย่างแน่นอน เพราะ กฟผ. ให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าและการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในทุกด้านตลอดมา ในขณะเดียวกัน กฟผ. ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตรวจวัดและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. ด้วย นอกจากนี้แล้ว กฟผ. ยังมุ่งมั่นในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้มีความอยู่ดีกินดีอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป” ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในตอนท้าย