033.jpg

         กฟผ. ร่วมลงนามความร่วมมือด้านพลังงานกับ ปตท. เพื่อหลอมรวมความเชี่ยวชาญ สร้างศักยภาพ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ

         วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2561) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือด้านพลังงาน (MOU) ระหว่าง นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. และ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)โดยมีนายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าารนโยบายและแผน กฟผ. และนายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ซึ่งมีนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน กฟผ. และปตท. รวมไปถึงผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 2 อาคาร 3 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

         ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว. พลังงาน กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือด้านพลังงานครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของสองรัฐวิสาหกิจไทย ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน ที่มีพันธกิจหลักในการดูแลความมั่นคงทางไฟฟ้าและพลังงานให้แก่ประเทศ ซึ่งปัจจุบันทั้งสองหน่วยงาน ได้ทำหน้าที่ตามพันธกิจของตนอย่างดีอยู่แล้ว ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยไม่เคยเกิดภาวะวิกฤตทางพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และมีพลังงานทั้งในส่วนของ fossil fuel และไฟฟ้าให้ใช้อย่างต่อเนื่อง และมีต้นทุนในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดTeam Thailand for Energy Business ที่จะช่วยดูแลความมั่นคงทางพลังงาน ตลอดจนร่วมกันพัฒนาธุรกิจพลังงาน และนวัตกรรมทางด้านพลังงาน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นไป โดยกระทรวงพลังงานมุ่งหวัง ทั้งสององค์กรเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจพลังงานในต่างประเทศ เพื่อส่งกลับมาเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศไทย รวมถึงจะเป็นการช่วยพัฒนาประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้อีกทางหนึ่งด้วย ขอให้ความร่วมมือในครั้งนี้สำเร็จและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป

         นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กระแสการพัฒนาของ Disruptive Technology ในปัจจุบัน ส่งผลต่อโลกธุรกิจอย่างยิ่ง ปตท. และ กฟผ. ในฐานะรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านพลังงานของประเทศจึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อให้ทันกับทิศทางการพัฒนาในระดับสากล ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่าง ปตท. และ กฟผ. นี้ จึงเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานวัตกรรมในธุรกิจพลังงานรวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ร่วมกัน เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและประสบการณ์ของทั้งสองหน่วยงานจะนำพาให้เกิดการขยายผลที่เป็นประโยชน์ในวงกว้างต่อประเทศชาติและประชาชน ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เพื่อความยั่งยืนของประเทศต่อไป

         นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปตท. เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพของประเทศ และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท. จึงมีความยินดีที่ได้ลงนามความร่วมมือด้านพลังงาน กับ กฟผ. เพื่อร่วมกันศึกษา วางกรอบความร่วมมือในการประกอบธุรกิจพลังงาน ด้วยองค์ความรู้ในธุรกิจที่แต่ละหน่วยงานมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะเสริมสร้างให้เกิดการนำไปประยุกต์ และต่อยอดให้เกิดการสร้างนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ประเทศได้ในอนาคต เพื่อให้การประกอบธุรกิจพลังงานของประเทศ เป็นไปอย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงาน และนโยบายที่ส่งเสริมมิติด้านนวัตกรรมผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสอดรับกับนโยบาย “Thailand 4.0” ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ Value Based Economy หรือ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมแล้ว ยังจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงาน และจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรม ว่า ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และจะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วน มีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อเป็น Pride and Treasure of Thailand ต่อไป

         อนึ่ง นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงพลังงาน ปี ‭2561 - 2565‬ มุ่งเน้นให้ประเทศมีความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมด้วยศักยภาพที่แข่งขันได้ในเวทีโลก สำหรับความร่วมมือทางด้านพลังงานของ กฟผ. และ ปตท. ตามข้อตกลงนี้มีระยะเวลา 2 ปี โดยบูรณาการความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญของบุคคลากรจากทั้งสององค์กรมาใช้ในการพัฒนาพนักงาน และจัดตั้งโครงการนำร่อง (Pilot project) เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือทางด้านพลังงานในอนาคต

         สำหรับความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นความร่วมมือในเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ เช่น นวัตกรรม หรือการแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างกัน เป็นต้น โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างสององค์กร เพื่อหารือกันในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องที่ กฟผ. เดินหน้าเรื่อง FSRU ที่จะต้องมาเชื่อมต่อกับระบบของ ปตท. เรื่องการเตรียมรับมือกรณีสัญญากับ JDA - J18 ที่มาเลเซียใกล้หมด จึงอาจต้องมีการเตรียมพร้อมในเรื่อง Terminal Gas ในภาคใต้ เป็นต้น