009.jpg

20180511 PRE01 02

         กฟผ. จัดงาน EGAT INNOVATION SHOWCASE 2018 นำเสนอนวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคตที่ช่วยเสริมศักยภาพความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

          วันนี้ (10 พฤษภาคม 2561) นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน EGAT INNOVATION SHOWCASE 2018 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิต ที่ดีกว่า” สนองตอบนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัย นวัตกรรมคุณภาพ ที่ช่วยเสริมให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องแม้มีการซ่อมบำรุง ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืน ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช สำนักงานกลาง กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

          นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย กล่าวว่า ในยุค Energy 4.0 ที่ต้องปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี กฟผ. จึงส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรม และงานวิจัยที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความมั่นคงของระบไฟฟ้า อาทิ หุ่นยนต์ทำความสะอาดลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าขณะจ่ายไฟ ป้องกันการลัดวงจรของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดจากความสกปรกบน ลูกถ้วย โดยไม่กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชน การพัฒนาซอฟท์แวร์ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ต่างๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและระบบส่งในยุคดิจิตอล ได้แก่ การแก้ปัญหา Power System Oscillation ที่ช่วย ลดความไม่เสถียรของระบบไฟฟ้าซึ่งมักเกิดขึ้นกับสายส่งที่มีระยะทางไกล เช่น ในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับในวงกว้าง ซึ่งทั้ง 2 ผลงานสิ่งประดิษฐ์ยังสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองจากเวทีนานาชาติในการประกวด “46th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยมีนักวิจัยจากทั่วโลกนำผลงานเข้าประกวด กว่า 1,000 ผลงาน รวมถึงรางวัลพิเศษจากประเทศจีนด้วย

          นอกจากนี้ กฟผ. ยังมุ่งมั่นดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน วิจัยและพัฒนาผลพลอยได้จากการผลิตไฟฟ้าให้เป็นผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับชุมชน อาทิ การนำเถ้าหนักจากการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะมาผลิตเป็นบล็อกก่อผนังมวลเบาซึ่งมีความเป็นฉนวนความร้อนดีกว่าคอนกรีตบล็อกทั่วไป โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางเคมีหรือ ให้ความร้อนจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีต้นทุนต่ำ การสกัดกรดฮิวมิกจากลีโอนาร์ไดต์ที่ได้จากกระบวนการทำเหมือง ซึ่งมีธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชจำนวนมาก นำมาผสมกับวัสดุเหลือใช้ต่างๆ เช่น มูลไก่ กากส่าเหล้า และกากตะกอนอ้อย กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ หรือสารปรับปรุงคุณภาพดินให้กับวิสาหกิจชุมชนนำไปใช้

          ทั้งนี้ ยังได้เรียนเชิญ นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ อดีตผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Innovation as a Solution for a Better Life” รวมถึงมีการจัดเสวนาด้านนวัตกรรมพลังงานโดยผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้าง แรงบันดาลใจในการต่อยอดนวัตกรรม นำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์

          “วันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต ซึ่ง กฟผ. ไม่ได้มุ่งส่งเสริมเฉพาะพนักงานเท่านั้น แต่ยังให้ทุนกับภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อนำไปพัฒนาประเทศทั้งในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในตอนท้าย

20180511 PRE01 01

20180511 PRE01 03

20180511 PRE01 04

20180511 PRE01 05