โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ

ประวัติความเป็นมา

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ทันสมัยที่สุดแห่งแรกของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาเคียงคู่กับ “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” (กฟผ.) ในสมัยที่เริ่มทำการก่อสร้างเขื่อนภูมิพลหรือเขื่อนยันฮีนั้น “การไฟฟ้ายันฮี” ได้ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อดูแลการก่อสร้างและบริหารจัดการเมื่อเขื่อนแล้วเสร็จ แต่ระหว่างที่เขื่อนภูมิพลยังไม่แล้วเสร็จ การไฟฟ้ายันฮีจึงสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนประเภทไอน้ำขึ้นมารองรับก่อนในปี พ.ศ.2502 ถือเป็นโรงไฟฟ้าโรงแรกที่การไฟฟ้ายันฮีสร้างขึ้น และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2504

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เปรียบเสมือน “โรงครู” อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ของประเทศไทย และโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้รับใช้สังคมไทยมายาวนานถึง 40 ปี ในปี พ.ศ.2544 กฟผ. ได้ปลดโรงไฟฟ้านี้ออกจากระบบ และรื้อถอนเพื่อทำการสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาใหม่ในพื้นที่เดิม โรงไฟฟ้าพระนครเหนือโรงใหม่เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติจากแหล่งสหภาพเมียนมาร์ (ฝั่งตะวันตก) และแหล่งอ่าวไทย (ฝั่งตะวันออก) เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2549 ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน พ.ศ.2553 และตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2547-2558 จึงได้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 2 ขึ้น ตามสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่สูงขึ้น โดยได้รับอนุมัติโครงการฯ จากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2555 และได้จ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2559

สถานที่ตั้ง

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ตั้งอยู่ที่ 53 หมู่ 2 ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยติดอยู่กับสำนักงานใหญ่ กฟผ. มีพื้นที่ประมาณ 112 ไร่ ประกอบด้วย อาคารผลิตกระแสไฟฟ้า อาคารสถานีไฟฟ้าแรงสูง อาคารผลิตน้ำใช้ในโรงไฟฟ้าและหอหล่อเย็น ส่วนพื้นที่อีกจำนวน 34 ไร่ เป็นพื้นที่สีเขียว

ลักษณะโรงไฟฟ้าและกำลังการผลิต

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงเพียงชนิดเดียวในการผลิตไฟฟ้า โดยใช้ก๊าซธรรมชาติผสมระหว่างแหล่งสหภาพเมียนมาร์ (ฝั่งตะวันตก) และแหล่งอ่าวไทย (ฝั่งตะวันออก) จัดส่งโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1

มีกำลังผลิตสุทธิ 704 เมกะวัตต์ ทำงานเป็นแบบลักษณะแบบแกนร่วม (Multi Shaft Combine Cycle) ประกอบด้วย เครื่องกังหันก๊าซ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกังหันไอน้ำ จำนวน 1 เครื่อง มีปริมาณความต้องการใช้ก๊าซในกระบวนการผลิตประมาณ 125 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 2

มีกำลังผลิตสุทธิ 848.3 เมกะวัตต์ ทำงานเป็นแบบลักษณะแบบแกนเพลาเดียว (Single Shaft Combine Cycle) ประกอบด้วย เครื่อง กังหันก๊าซ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกังหันไอน้ำ จำนวน 2 เครื่อง มีปริมาณความต้องการใช้ก๊าซในกระบวนการผลิตประมาณ 144 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

โรงไฟฟ้าทั้ง 2 ชุด ทำงานโดยใช้พลังงานความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงก๊าซในเครื่องกังหันก๊าซ (Gas Turbine) เป็นแหล่งพลังงานต่อเพลาเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) และใช้ไอร้อน (Hot Air) ที่ออกจากเครื่องกังหันก๊าซเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานในการผลิตไอน้ำที่เครื่องผลิตไอน้ำแรงดันสูง ( HRSG : Heat Recovery Steam Generator) เพื่อขับเคลื่อนเครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนไอน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วจากเครื่องกังหันไอน้ำ จะถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นน้ำ เพื่อนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตไอน้ำอีกครั้งโดยผ่านเข้าสู่เครื่องควบแน่น (Condenser) และใช้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นน้ำหล่อเย็น แล้วจึงนำไปผ่านหอหล่อเย็น (Cooling Tower) เพื่อลดอุณหภูมิ

การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

คุณภาพน้ำ

น้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตที่ไม่ใช่น้ำหล่อเย็น ภายหลังการบำบัด จะถูกเก็บรวบรวมในบ่อพักน้ำทิ้งและทำการตรวจสอบคุณภาพให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก่อนหมุนเวียนมาใช้ในโรงไฟฟ้า เช่น รดน้ำต้นไม้ โดยไม่มีการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับน้ำที่ระบายออกจากหอหล่อเย็น ถูกควบคุมอุณหภูมิน้ำไม่เกิน 2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับอุณหภูมิแม่น้ำเจ้าพระยา

คุณภาพอากาศ

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ได้มีการติดตั้งระบบ Dry Low NOx Burner เพื่อควบคุมไนโตรเจนออกไซด์ในช่วงที่มีการผลิตกระแสไฟฟ้าให้มีค่าไม่เกิน 96 ส่วน ในล้านส่วน (PPM) รวมทั้งโรงไฟฟ้าได้ติดตั้งระบบการติดตามตรวจวัดมลพิษแบบต่อเนื่อง โดยตรวจวัดสารประกอบที่ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เช่น ไนโตรเจนออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และรายงายผลการตรวจวัดไปยังกรมควบคุมมลพิษ หากพบว่ามีค่าเกินมาตรฐานหรือแนวโน้มเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น ทางโรงไฟฟ้าจะดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขทันที ซึ่งผลตรวจวัดจะแสดงผลให้ชุมชนได้รับทราบบริเวณทางเข้าโรงไฟฟ้าพระนครเหนือและบริเวณถนนบางกรวย-ไทรน้อย

คุณภาพเสียง

ทางโรงไฟฟ้าพระนครเหนือได้ติดตั้งเครื่องที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงดัง ได้แก่ เครื่องกังหันก๊าซ และ เครื่องกังหันไอน้ำ ไว้ในกำแพงที่สร้างด้วยวัสดุดูดซับเสียง และติดตั้งชุดลดเสียงเพื่อลดระดับเสียงไอน้ำ และยังติดป้ายสัญญาณเตือนสำหรับบริเวณที่มีเสียงดังพร้อมทั้งตรวจวัดระดับเสียงภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าและโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

กากของเสีย

กากของเสียที่ออกมาจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ได้แก่ แผ่นไส้กรองอากาศ น้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักรที่เสื่อมสภาพ เรซินที่ใช้แล้วจากกระบวนการผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุสำหรับโรงไฟฟ้า จะถูกกำจัดโดยบริษัทที่ได้รับอนุญาตดำเนินการกำจัดกากของเสีย โดยรายงานข้อมูลการแจ้งขนส่งของเสียอันตรายออกนอกบริเวณโรงงานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับทราบ ส่วนขยะมูลฝอยจะถูกรวบรวมโดยฝ่ายบริการของสำนักงานกลาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานจัดเก็บก่อนนำไปกำจัดที่สถานที่ทิ้งมูลฝอย ของเทศบาลอำเภอเมืองบางกรวย

กองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า

กองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จัดตั้งขึ้นตามความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าขนาดเกิน 5,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร โดยการเก็บเงินที่ได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเข้ากองทุนและนำมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เช่น การพัฒนาอาชีพ การสนับสนุนทุนการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี กีฬาและดนตรี รวมทั้งด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ความรับผิดชอบต่อสังคม

โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เป็นโรงไฟฟ้าแห่งมหานคร ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีความใกล้ชิดชุมชนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงมีกิจกรรมสานสัมพันธ์กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการจิตอาสาพัฒนาชุมชน โดยนำอาสาสมัครทั้งเยาวชน ชาวบ้านและพนักงาน กฟผ. ทำการพัฒนาชุมชน โดยเน้นที่โรงเรียน เช่น การทาสีสนามกีฬาและอุปกรณ์ในสนามเด็กเล่น โครงการเยาวชนเรียนรู้ชุมชนเป็นการนำเยาวชนในพื้นที่ไปพบปะกับปราชญ์พื้นบ้านในชุมชนใกล้เคียง เรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิม เช่น การทำนาแบบอินทรีย์ การทำหัตถกรรมพื้นบ้านในชุมชนใกล้เคียงโรงไฟฟ้าและโครงการ เยาวชนรักษ์สายน้ำ ซึ่งสนับสนุนให้นักเรียนทำโครงการเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนา ไปสู่ความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สถานที่ติดต่อ

  • โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ
  • ประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ
  • โทรศัพท์: 02-436-7855

พฤษภาคม 2561