โครงการภูมิชุมชนภาคเหนือ จัดกิจกรรม Kick off โครงการปลูกผักอินทรีย์ยกแคร่ แก้ปัญหาข้อจำกัดปลูกผักในฤดูฝน ให้ชุมชนมีผักอินทรีย์เป็นแหล่งอาหารปลอดภัยบริโภคได้ทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี หลังจากนำร่องทดลองปลูกผักในฤดูร้อนได้ผลมาแล้ว

         เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 โครงการภูมิชุมชนภาคเหนือ ประกอบด้วย ฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้แทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และชุมชนบ้านนาขุม 8 ครัวเรือน ร่วมกิจกรรม Kick off โครงการปลูกผักอินทรีย์ยกแคร่ ในแปลงแคร่สาธิตที่วัดนาขุม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ก่อนลงมือปลูกที่บ้านของแต่ละรายด้วยตัวเอง เพื่อแก้ปัญหาการปลูกผักหน้าฝนในแปลงดินไม่ได้ผล เช่น น้ำท่วม ศัตรูพืชจากดิน และฝนที่เป็นสาเหตุทำให้ผักช้ำเสียหาย ซึ่งการปลูกผักยกแคร่มีหลังคาพลาสติก สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ นี้ได้ทั้งหมด

         โครงการปลูกผักยกแคร่บ้านนาขุม เกิดจากความต้องการอาหารปลอดภัย ได้แก่ ผักอินทรีย์ที่ปลูกเองสำหรับบริโภคได้ตลอดทั้งปี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทดลองปลูกผักในฤดูร้อนโดยใช้วัสดุพรางแสงอาทิตย์ได้ผลมาแล้ว สำหรับหน้าฝนได้นำแนวคิดของภูมิชุมชนภาคใต้มาใช้ทดลองปลูกที่บ้านนาขุม ซึ่งมีเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกันว่า ต้องเป็นผักอินทรีย์ปลอดจากสารเคมีเท่านั้น ผักที่ได้จะใช้บริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายในนามของกลุ่ม และหากครัวเรือนรายใดไม่ทำต่อจะต้องนำส่งแคร่คืนโครงการที่ให้การสนับสนุนบางส่วนในเบื้องต้น

         นอกจากนี้ การปลูกผักยกแคร่ จะมีระบบการปลูก การบันทึกข้อมูล ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า การปลูกลงแคร่ การกำจัดศัตรูพืช การใส่ปุ๋ยชีวภาพ ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างชัดเจน ผักที่เลือกมาปลูก ได้แก่ ผักกาดขาว ผักกาดเขียว คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักชี หอมแบ่ง ผักสลัด เป็นต้น มีรอบการปลูกตั้งแต่ 30 วันไปจนถึง 60 วัน

         สำหรับการปลูกผักอินทรีย์บ้านนาขุมซึ่งเป็นผักปลอดสารเคมีนี้ นอกจากบริโภคในครัวเรือนผู้ปลูกแล้วยังได้นำไปจำหน่ายในนามกลุ่มที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านนาขุม เพื่อจูงใจให้ญาติผู้ป่วยและคนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพด้วยการบริโภคผักอินทรีย์ซึ่งเป็นอาหารปลอดภัย และได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อเป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับคำชื่นชมจากทางโรงพยาบาลว่าเป็นการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้นในระดับชุมชน ที่ทุกอำเภอควรให้ความสำคัญนำไปเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนต่อไป