คณะทำงานพัฒนาธุรกิจ EGAT Academy จัดอบรมหลักสูตรการทำงานและการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์สำหรับอุปกรณ์การผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้า เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเชี่ยวชาญให้กับบุคลากรในแวดวงธุรกิจอุตสาหกรรมพลังงาน

         เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยคณะทำงานพัฒนาธุรกิจ EGAT Academy จัดอบรมหลักสูตรการทำงานและการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์สำหรับอุปกรณ์การผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้า (Operation and Predictive Maintenance for steam and balance of plant systems) โดยมีผู้ปฏิบัติงานจากฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล (อบค.) ประกอบด้วย นายพงศธร ฐานิตสรณ์ วิศวกรระดับ 7 แผนกวิศวกรรมกังหันก๊าซและดีเซล นายภูวเดช วีระนาวิน วิศวกรระดับ 6 แผนกวิศวกรรมหม้อน้ำ และนายวรัชญ์ แสงทองสถิตย์ วิศวกรระดับ 6 แผนกวิศวกรกังหันไอน้ำ เป็นวิทยากรบรรยาย ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 20 อาคาร ท.102 สำนักงานใหญ่ กฟผ. จังหวัดนนทบุรี

         สำหรับหลักสูตรการทำงานและการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์สำหรับอุปกรณ์การผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้า นับเป็นหลักสูตร การอบรมหลักสูตรครั้งที่ 4 จากจำนวน 5 หลักสูตร ที่คณะทำงานพัฒนาธุรกิจ EGAT Academy จัดขึ้นในปี 2562 โดยหลักสูตรครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทำงานของอุปกรณ์ในระบบการผลิตไอน้ำและระบบการผลิตไฟฟ้า รวมถึงระบบควบคุมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการเดินเครื่องและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ นอกจากนี้ ยังต้องสามารถประเมินประสิทธิภาพและความเสี่ยง ตลอดจนแนวทางการปรับปรุงอุปกรณ์โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในปัจจุบันได้

         ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 ตุลาคม 2562 โดยมีหัวข้อการบรรยายประกอบด้วย วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้าของอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ระบบควบคุมไอน้ำและระบบควบคุมการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน การประเมินความเสี่ยง การจัดด้านวิศวกรรมบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์และการปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์หลักในระบบการผลิตไอน้ำและระบบผลิตไฟฟ้า ระบบควบคุมเครื่องยนต์กังหันก๊าซ (Gas Turbine) เครื่องยนต์กังหันไอน้ำ (Steam Turbine) หม้อน้ำ (Boiler) และอุปกรณ์ต่างๆของการผลิตไฟฟ้า (Balance of Plant) เทคโนโลยีการตรวจติดตามละวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลซึ่งได้รับความสนใจจากวิศวกร และพนักงานช่างที่ปฏิบัติงานอยู่ในแวดวงธุรกิจการผลิตไอน้ำและการผลิตไฟฟ้าของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบุคคลที่สนใจ จำนวน 27 คน ซึ่งผู้ผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับใบรับรองผ่านการอบรม (Certificate) และมีสิทธิ์รับหน่วยพัฒนาความรู้ 21 PDU ตามที่สภาวิศวกรรับรองอีกด้วย