แม้มาเลเซียจะไม่มีแหล่งถ่านหินในประเทศ แต่มีสัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 39 โดยมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินตามมาตรฐานสากลมาต่อเนื่อง และล่าสุด มาเลเซียเลือกใช้เทคโนโลยี Ultra-Supercritical เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดของโรงไฟฟ้าถ่านหินในปัจจุบัน มาใช้กับโรงไฟฟ้า Manjung หน่วยที่ 4

20151105-A01-01

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Manjung โรงที่ 4 กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ ของมาเลเซีย ใช้เทคโนโลยี ultrasupercritical มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          มาเลเซีย เป็นหนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2014 มาเลเซียมีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ต่อหัวประชากร เป็นลำดับที่ 46 ของโลก และลำดับที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          เศรษฐกิจของมาเลเซียพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากมีแหล่งก๊าซ น้ำมัน แร่ธาตุและผลิตผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ แต่สิ่งที่มาเลเซียขาดแคลน คือถ่านหิน โดยถ่านหินที่ใช้อยู่ในประเทศต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งสิ้น แต่ถ่านหินกลับเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของมาเลเซีย ในสัดส่วนร้อยละ 39 เป็นลำดับ 2 รองจากก๊าซธรรมชาติ

20151105-A01-02

กราฟแสดงสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของมาเลเซียในปี 2014

          การไม่มีถ่านหินในประเทศ ไม่ได้ทำให้มาเลเซียหยุดพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในทางกลับกัน เมื่อก๊าซมีราคาสูงขึ้น มาเลเซียจะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากการขายก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ซึ่งได้ผลตอบแทนสูงกว่าการนำก๊าซในประเทศมาผลิตไฟฟ้า

          ตามนโยบายพลังงานของรัฐบาลมาเลเซีย นอกจากจะสร้างความมั่นคงโดยกระจายการใช้แหล่งเชื้อเพลิงให้หลากหลายทั้ง ก๊าซ ถ่านหิน น้ำมัน และน้ำ รัฐบาลยังมุ่งผลักดันการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยนำเทคโนโลยีหม้อไอน้ำแบบ Ultra-Supercritical ซึ่งทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบันมาใช้กับโรงไฟฟ้าใหม่ ล่าสุดได้นำมาใช้กับโรงไฟฟ้า Manjung หน่วยที่ 4 สร้างเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2015 และจ่ายไฟเข้าระบบได้เมื่อเมษายน 2015 ที่ผ่านมา

20151105-A01-03

          มาเลเซียนำเข้าถ่านหินได้จากหลายๆ ประเทศ รวมถึง ออสเตรเลีย จีน และแอฟริกาใต้ เพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้า Manjung ถ่านหินที่ใช้มีทั้งบิทูมินัสและซับบิทูมินัส โดยให้ค่าความร้อนตั้งแต่ 5,000 - 6,600 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม ปริมาณกำมะถันต่ำร้อยละ 0.1-0.94 และโรงไฟฟ้ามีประสิทธิภาพถึงร้อยละ 40 ซึ่งสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า Manjung หน่วยที่ 1-3 ถึงร้อยละ 14 เมื่อใช้ถ่านหินในปริมาณเท่ากัน เครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้า (FGD) สามารถกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้มากกว่าร้อยละ 90 โดยสามารถควบคุมคุณภาพน้ำและอากาศให้อยู่ภายใต้มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดมาโดยตลอด

          สำหรับ โรงไฟฟ้า Manjung หน่วยที่ 5 กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยมีแผนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปลายปี 2017 และแน่นอนว่าเป็นเทคโนโลยี Ultra-Supercritical เช่นกัน ปัจจุบันมาเลเซียมีโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังผลิตรวมทั้งหมด 8,680 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้า Manjung (4 โรง) 3,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า Kapar (4 โรง) 1,600 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า Jimah (2 โรง) 1,400 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า Tanjung Bin (3 โรง) 2,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า Sejingkat (2 โรง) 210 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า Mukah (2 โรง) 270 เมกะวัตต์


บทความแปล เรื่อง TOP PLANTS: Manjung Unit 4, Perak, Malaysia
10/01/2015 | Thomas W. Overton JD
จาก http://www.powermag.com/manjung-unit-4-perak-malaysia/
โดย สุภร เหลืองกำจร